ผลสำรวจเผย สาวกเดโมแครตเกือบครึ่งค้านนโยบาย ‘อิสราเอล-ฮามาส’ ไบเดน
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ผลสำรวจของ Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research ที่มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามเป็นผู้ใหญ่จำนวน 1,239 คนระหว่างวันที่ 2 – 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เผยว่าผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต 46% ไม่เห็นด้วยกับวิธีรับมือความขัดแย้งระหว่างประเทศอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่อีก 50% โหวตเห็นด้วย เผยให้เห็นถึงความคิดของผู้สนับสนุนเดโมแครตที่แตกต่างกันอย่างมากในเรื่องสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส
เสียงสนับสนุนของประธานาธิบดีไบเดนเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ลดลงจากผลสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งในตอนนั้นผู้สนับสนุนเดโมแครต 57% เห็นด้วยกับการรับมือกับความขัดแย้งดังกล่าวของประธานาธิบดีไบเดน ขณะที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย 40%
นอกจากนั้นแล้ว เกือบ 7 ใน 10 ของผู้ที่เห็นด้วยกับการจัดการความขัดแย้งดังกล่าวของประธานาธิบดีไบเดนคิดว่าสหรัฐมอบการสนับสนุนให้กับอิสราเอลอย่างเหมาะสมแล้ว ส่วน 65% ผู้ที่ไม่เห็นด้วยคิดว่าสหรัฐให้การสนับสนุนอิสราเอลมากเกินไป โดยผู้สนับสนุนเดโมแครตที่มีอายุมากกว่า 45 ปีจำนวน 67% และเป็นคนผิวขาวจำนวน 62% โหวตเห็นด้วยกับการรับมือของไบเดน ขณะที่ 65% ผู้สนับสนุนเดโมแครตที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปี และ 58% ของผู้สนับสนุนเดโมแครตที่ไม่ใช่คนผิวขาวโหวตไม่เห็นด้วย
ส่วนในเรื่องความรับผิดชอบต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ผู้สนับสนุนเดโมแครตที่เห็นด้วยกับการรับมือของไบเดน 76% กล่าวว่ากลุ่มฮามาสเป็นฝ่ายผิดในการสู้รบที่เกิดขึ้น ส่วน 32% กล่าวว่ารัฐบาลอิสราเอลคือฝ่ายผิดในเรื่องนี้ ด้านคนที่โหวตไม่เห็นด้วยกับการรับมือของไบเดนกล่าวว่าทั้งรัฐบาลอิสราเอลและกลุ่มฮามาสเป็นฝ่ายผิดอย่างเท่าๆกันที่ 56% และ 55% ตามลำดับ
บรี วิลเลียมสัน ผู้สนับสนุนเดโมแครตจากรัฐอิลลินอยส์วัย 34 ปีกล่าวว่า “เมื่อรู้ว่าเงินภาษีของเราอาจถูกใช้ไปกับการซื้ออาวุธที่เอาไปฆ่าเด็กหลายพันคนที่นั่น ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะสนับสนุนประธานาธิบดีและประเทศของเราโดยรวมมากขึ้น” ขณะที่เคลลี เทย์เลอร์ วัย 52 ปีจากรัฐแมสซาชูเซตส์กล่าวว่าเธอยังคงสนับสนุนไบเดนและวิธีการรับมือกับเรื่องดังกล่าวของผู้นำสหรัฐต่อไป “ฉันคิดว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่ประธานาธิบดีคนใดๆจะสามารถทำได้ในสถานการณ์แบบนี้” เทย์เลอร์กล่าว
ทั้งนี้ สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอาจทำให้การลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยที่สองของไบเดนมีความยุ่งยากขึ้น เนื่องจากเขาต้องหาสมดุลระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในพรรคเดโมแครตที่มีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมากในเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

