
รัฐบาลฮามาสเผย อิสราเอลบึ้มโรงพยาบาลใหญ่สุดในฉนวนกาซา ดับแล้ว 13 ราย เจ็บอื้อ
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลฮามาสได้เผยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ว่าอิสราเอลได้ทำการโจมตีใส่ศูนย์พักพิงของผู้อพยพที่หนีการสู้รบของโรงพยาบาลอัล ชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 13 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพียังไม่สามารถยืนยันตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าวได้ ขณะที่กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายโมฮัมหมัด อาบู ซัลมิยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล ชีฟา ได้รายงานว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 10 ราย และการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณแผนกสูติกรรมของโรงพยาบาล
อิสราเอลได้รายงานว่า มีการสู้รบอย่างรุนแรงในบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน และสามารถสังหารนักรบและทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮามาสที่มีความสำคัญในการใช้โจมตีใส่กองทัพอิสราเอล พร้อมกับกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลอัล ชีฟาเพื่อใช้โจมตีอิสราเอลและเป็นที่หลบซ่อนตัวของผู้บัญชาการฮามาส ซึ่งกลุ่มฮามาสและแพทย์ในพื้นที่ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว ขณะที่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า รถถังหลายคันได้ปิดล้อมโรงพยาบาลอื่นๆ หลายแห่งในกาซา ซิตี้แล้ว
สื่อของปาเลสไตน์ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอหลังการโจมตีที่โรงพยาบาลอัล ชีฟาที่บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลที่ชาวปาเลสไตน์หลายคนใช้เป็นที่พักพิงและผู้สื่อข่าวหลายคนกำลังสังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่ โดยมีกองเลือดถูกพบอยู่ใกล้กับร่างของชายคนหนึ่งที่ถูกนำขึ้นเปลหาม
นอกจากนั้นแล้ว โฆษกของกระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซาได้ให้ข้อมูลอีกว่าอิสราเอลยังได้ทำการโจมตีใส่โรงพยาบาลหลายแห่งในฉนวนกาซาเมื่อช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา และตัวเลขผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากการโจมตีของอิสราเอลขณะนี้อยู่ที่ 10,812 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4,412 ราย
ด้านนายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เรียกร้องให้มีการสอบสวนถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าการใช้อาวุธระเบิดความรุนแรงสูงของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลให้เกิดการทำลายล้างอย่างไม่เลือกหน้าที่เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้อาวุธดังกล่าวในฉนวนกาซาที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น “การที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ใดก็ตามที่ใช้พลเรือนหรือสิ่งก่อสร้างของพลเรือนเป็นโล่ป้องกันตนเองจากการโจมตีถือเป็นการละเมิดกฎหมายสงคราม แต่การกระทำดังกล่าวของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ไม่ได้ทำให้อิสราเอลพ้นจากพันธกรณีของตนเองที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าพลเรือนจะไม่ถูกสังหาร” นายเติร์กกล่าว
ด้านนายฮอสเซน อามีร์-อับดุลลาเฮียน รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้กล่าวกับเชค โมฮัมหมัด บิน อับดุลราห์มาน อัน-ธานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ ผ่านทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ว่าความรุนแรงของสงครามที่เพิ่มขึ้นต่อพลเรือนในฉนวนกาซาได้ทำให้การขยายวงของสงครามกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท่ามกลางความกังวลในภูมิภาคและทั่วโลกว่าสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสจะขยายตัวออกไป
