นานาชาติบี้อิสราเอล ปกป้องพลเรือนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ยอดดับพุ่งทะลุ 11,000 ราย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประเทศอิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากนานาชาติ รวมถึงพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐ ให้อิสราเอลปกป้องพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาให้มากขึ้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ได้เพิ่มขึ้นเป็น 11,078 รายแล้วตามรายงานของเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน รวมถึงการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสในบริเวณใกล้กับโรงพยาบาลในฉนวนกาซาก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน
นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางเยือนประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ว่ามีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารมากเกินไปแล้ว และมีการสูญเสียมากเกินไปในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายบลิงเกนได้แสดงความยินดีต่อการที่อิสราเอลยอมระงับการยิงเพื่อมนุษยธรรมเป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อวัน ตามที่ทำเนียบขาวสหรัฐได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับบอกอีกว่าต้องมีการดำเนินงานที่มากกว่านี้เพื่อปกป้องพลเรือนในฉนวนกาซา
อย่างไรก็ตาม บลิงเกนก็ได้เน้นย้ำการสนับสนุนของสหรัฐต่อนโยบายของอิสราเอลเพื่อให้แน่ใจว่าฉนวนกาซาจะไม่ถูกใช้เป็น “เวทีในการโจมตีก่อการร้าย” อีกต่อไป ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีที่เผยแพร่เมื่อช่วงสายของวันที่ 10 พฤศจิกายน ว่า อิสราเอลควรที่จะหยุดทิ้งระเบิดใส่ฉนวนกาซาและหยุดสังหารพลเรือน ถึงแม้ฝรั่งเศสจะประณามการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายของกลุ่มฮามาสและยอมรับถึงสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล แต่ก็ขอเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา
แรงกดดันดังกล่าวทำให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้ออกมากล่าวว่า ผู้นำโลกควรที่จะประณามกลุ่มฮามาสไม่ใช่อิสราเอล “อาชญากรรมเหล่านี้ที่กลุ่มฮามาสได้ก่อในฉนวนกาซาวันนี้ จะก่อขึ้นในกรุงปารีส นครนิวยอร์ก และที่อื่นๆ ของโลกในวันพรุ่งนี้” นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกล่าว
การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ทวีความรุนแรงขึ้นตลอดช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ใกล้กับโรงพยาบาลในกาซา ซิตี สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ให้ข้อมูลว่ากองทัพอิสราเอลได้ทำการยิงโจมตีใส่โรงพยาบาลอัล กุดส์และมีการปะทะกันอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 28 รายซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก นอกจากนั้นแล้ว นายโมฮัมหมัด อาบู ซัลมิยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล ชีฟา กล่าวว่าอิสราเอลกำลังเปิดสงครามใส่โรงพยาบาลในกาซา ซิตี และอิสราเอลได้โจมตีใส่โรงเรียนอัล บูรัก ซึ่งมีผู้พลัดถิ่นใช้เป็นที่พักพิง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย
ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่ในฉนวนกาซาเผยว่ามีขีปนาวุธโจมตีใส่ลานของโรงพยาบาลอัล ชีฟาเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พฤศจิกายน ทำให้โรงพยาบาลอินโดนีเซียได้รับความเสียหาย และโรงพยาบาลมะเร็งเด็กนาสเซอร์ รันติสซีเกิดเพลิงไหม้ โดยนายอัชราฟ อัล-กีดรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่าอิสราเอลได้ทำการทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลอัล ชีฟา 5 ครั้ง ทำให้ต่อมากองทัพอิสราเอลได้อ้างว่าขีปนาวุธที่ตกลงในลานของโรงพยาบาลอัล ชีฟานั้นมาจากการโจมตีที่ผิดพลาดของกองกำลังปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
พันโท ริชาร์ด เฮชต์ โฆษกกองทัพอิสราเอลบอกว่า กองทัพอิสราเอลไม่ได้ทำการโจมตีใส่โรงพยาบาลแต่อย่างใด แต่หากกองทัพเห็นนักรบฮามาสทำการโจมตีออกมาจากโรงพยาบาล ทางกองทัพก็ต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ
ด้านโฆษกรัฐบาลอิสราเอลได้กล่าวว่าสำนักงานใหญ่ของกลุ่มฮามาสได้ตั้งอยู่ในบริเวณชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลอัล ชีฟา ทำให้โรงพยาบาลดังกล่าวอาจสูญเสียสถานะการคุ้มครองและกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุด กระทรวงต่างประเทศอิสราเอลได้ปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสในทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมจาก 1,400 รายเป็น 1,200 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศอิสราเอลระบุว่าอาจมีการปรับตัวเลขดังกล่าวอีกครั้งหลังจากที่ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้รับการระบุอัตลักษณ์แล้ว

