WHO ชี้สถานการณ์ ‘อัล-ชิฟา’ สุดเลวร้าย-อันตราย รพ.ครึ่งกาซาระงับบริการ
นายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เตือนว่าสถานการณ์ที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ขณะที่ถือว่าเลวร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง
โรงพยาบาลอัล-ชิฟา ประสบปัญหาไฟดับเกือบทั้งหมดและขาดแคลนน้ำรวมถึงอาหาร และยังกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ที่กล่าวหาว่า กลุ่มฮามาสได้สร้างศูนย์บัญชาการทั้งในและใต้โรงพยาบาลดังกล่าว
กีบรีเยซุสกล่าวว่า มีการยิงปืนและวางระเบิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รอบๆ โรงพยาบาล ซึ่งทำให้สถานการณ์ที่วิกฤตอยู่แล้วยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
“น่าเศร้าที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และน่าเสียตายที่ขณะนี้ โรงพยาบาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลอีกต่อไป” กีบรีเยซุสโพสต์บนเอ็กซ์
การโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาและการไม่ส่งเชื้อเพลิงเข้าไปทำให้ผู้ป่วยหนักที่ต้องรักษาตัวในห้องไอซียู ทารกที่ต้องเข้าตู้อบ ไปจนถึงการให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทั่วไปไม่สามารถทำได้
ดร.อาเหม็ด เอล โมฮัลลาลาดี ศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา กล่าวว่า เหตุระเบิดอาคารซึ่งมีตู้อบสำหรับเด็ก ทำให้พวกเขาต้องนำทารกที่คลอดก่อนกำหนดมาเรียงไว้บนเตียงธรรมดา และใช้วิธีปรับเครื่องปรับอากาศในห้องให้อุ่นขึ้นแทน แต่ก็คาดว่าจะสูญเสียพวกเขามากขึ้นในทุกๆ วัน
โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุด 2 แห่งของฉนวนกาซา คืออัล-ชิฟา และอัล-กุดส์ กำลังระงับการดำเนินการ เพราะมีผู้คนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากขึ้นทุกวัน ขณะที่โรงพยาบาลครึ่งหนึ่งในฉนวนกาซาปิดให้บริการแล้ว จึงมีสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บน้อยลง
ไอดีเอฟกล่าวว่า พวกเขาได้เสนอที่จะอพยพทารกแรกเกิดออกจากโรงพยาบาล และได้วางเชื้อเพลิง 300 ลิตรไว้ที่ทางเข้าโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ในวันที่ 11 พฤศจิกายน แต่ความพยายามทั้งสองถูกฮามาสขัดขวาง
ฝ่ายฮามาสออกมาปฏิเสธข่าวปฏิเสธรับเชื้อเพลิงดังกล่าว พร้อมเสริมว่าปริมาณเชื้อเพลิงที่อิสราเอลให้มานั้น ไม่เพียงพอที่จะใช้ปั่นไฟจากเครื่องปั่นไฟของโรงพยาบาลได้นานกว่าครึ่งชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ
นายมูฮัมหมัด อาบู ซัลมิยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ระบุว่า ข่าวที่ว่าโรงพยาบาลปฏิเสธที่จะรับน้ำมันที่ถูกทิ้งไว้เป็นเรื่องโกหกและใส่ร้าย ด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุขฉนวนกาซาที่ควบคุมโดยฮามาส กล่าวว่า ทารกที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟา กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด 5 ราย และผู้ป่วยหนัก 7 รายที่เสียชีวิตในอัล-ชิฟา
สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ระบุว่า โรงพยาบาลอัล-กุดส์ ก็ปิดใหบริการแล้วเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่พยายามอย่างหนักที่จะดิ้นรนดูแลผู้ที่ยังคงอาศัยอยู่ที่นั่น ซึ่งมียา น้ำ และอาหารเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทอมมาโซ เดลลา ลองกา โฆษกสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ กล่าวว่า โรงพยาบาลอัล-กุดส์ ถูกตัดขาดจากโลกในช่วง 6-7 วันที่ผ่านมา ไม่มีใครที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป และไม่มีใครที่ได้รับอนุญาตให้ออกมา
ด้านหน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 3 แห่งออกมาแสดงความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ในโรงพยาบาล พร้อมให้ข้อมูลว่าภายใน 36 วัน มีการโจมตีสถานพยาบาลอย่างน้อย 137 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 521 ราย และได้รับบาดเจ็บ 686 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ที่เสียชีวิต 16 ราย และได้รับบาดเจ็บ 38 คน
“โลกไม่สามารถนิ่งเงียบได้ในขณะที่โรงพยาบาล ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยได้ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งความตาย หายนะ และความสิ้นหวัง” หน่วยงานของยูเอ็นระบุ

