จับตานานาชาติถกร่าง ‘สนธิสัญญาพลาสติก’ สานฝันบรรลุข้อตกลงภายในปีหน้า
นานาประเทศได้เข้าร่วมในการเจรจาล่าสุดเพื่อยกร่างสนธิสัญญาระดับโลกที่จะรับมือกับมลพิษจากพลาสติกในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าประเทศต่างๆ จะต้องหารือกันอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะถูกบรรจุไว้ในสนธิสัญญาดังกล่าว
หนึ่งปีก่อนหน้านี้ 175 ประเทศได้ตกลงร่วมกันว่าจะต้องมีการสรุปสนธิสัญญาดังกล่าวภายในปี 2567 เพื่อที่จะวางกรอบในการต่อสู้กับขยะพลาสติกมากมายทั้งที่อยู่ในมหาสมุทร ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ และแทรกซึมเข้าไปยังร่างกายของสัตว์และมนุษย์
แม้จะมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าจำเป็นจะต้องมีสนธิสัญญาในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวโดยตรง แต่ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันมากมายเกี่ยวกับประเด็นที่ควรถูกบรรจุไว้ในสนธิสัญญานี้
ก่อนหน้านี้เคยมีการเจรจากันมาแล้ว 2 ครั้ง แต่การหารือที่กรุงไนโรบีที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน ถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการพิจารณาร่างสนธิสัญญาที่มีการตีพิมพ์ไปในเดือนกันยายน พร้อมกับตัวเลือกด้านนโยบายต่างๆ
ราว 60 ประเทศที่ถูกเรียกว่า “มีความทะเยอทะยานสูง” เรียกร้องให้มีการวางกฎเกณฑ์ที่มีผลผูกพัน เพื่อลดการใช้และการผลิตพลาสติกซึ่งทำจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายกลุ่ม
ขณะที่ประเทศผู้ผลิตพลาสติกหลายประเทศก็ไม่ได้มีจุดยืนร่วมกันในประเด็นนี้ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการมุ่งเน้นไปที่การรีไซเคิล นวัตกรรม และการจัดการกับขยะให้ดีขึ้น
ร่างสนธิสัญญาดังกล่าวจะนำเสนอแนวทางต่างๆ ที่จะดำเนินการในเวลาข้างหน้า เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาที่จะเกิดขึ้นในสำนักงานใหญ่ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ในกรุงไนโรบี ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน รวมถึงนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้ผลิตพลาสติก ทำให้คาดว่าการเจรจาน่าจะร้อนแรงเมื่อมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ออกมา

