
WHO เผย ‘รพ.อัล-ชิฟา’ เกือบเป็นสุสาน ปะทะหนักฝังศพไม่ได้ สุนัขกินร่างมนุษย์
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า สถานการณ์ในโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ที่เป็นโรงพยาบาลซึ่งใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ซึ่งตกอยู่ท่ามกลางการต่อสู้อย่างหนักระหว่างอิสราเอล-ฮามาสมาหลายวัน ได้แปรสภาพไปจนเกือบจะเป็นสุสานแล้ว
คริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกของ WHO กล่าวว่า ยังมีคนอีกราว 600 คนที่อยู่ในโรงพยาบาล และคนอื่นๆ ที่อาศัยโถงทางเดินเป็นที่พักพิง รอบๆ โรงพยาบาลมีศพที่ไม่สามารถจะดูแลได้ ไม่สามารถแม้แต่จะนำไปฝัง หรือเอาไปไว้ยังโรงเก็บศพใดๆ ก็ตาม
“โรงพยาบาลทำงานไม่ได้อีกต่อไปอย่างที่ควรจะทำ มันเกือบๆ จะกลายเป็นสุสานไปแล้ว” ลินด์ไมเออร์กล่าว
ดร.มูฮัมหมัด อาบู ซัลมิยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล-ชิฟา กล่าวว่า มีศพประมาณ 150 ศพที่เน่าเปื่อยและส่งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ในโรงพยาบาล แต่ทางการอิสราเอลยังไม่อนุญาตให้นำศพเหล่านั้นออกไปฝัง ตอนนี้สุนัขได้เข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลและเริ่มกินซากศพแล้ว
นอกจากนี้ยังมีความกังวลถึงชะตากรรมของทารกคลอดก่อนกำหนดหลายสิบคนที่ไม่สามารถอยู่ในตู้อบได้ เพราะไฟฟ้าดับและอาคารที่มีตู้อบก็ถูกทิ้งระเบิดจนเสียหาย ดร.ซัลมิยากล่าวว่า ตอนนี้มีทารก 7 รายที่เสียชีวิตเนื่องจากขาดออกซิเจน และแม้จะมีความพยายามที่จะเจรจากับอิสราเอลเพื่อให้อพยพเด็กทารก แต่ก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้
ขณะที่โรงพยาบาลกำลังรับมือกับสถานการณ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งทำให้การดูแลผู้ป่วยเป็นเรื่องยากลำบากอย่างหนัก ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างกองกำลังป้องกันอิสราเอลกับฮามาสที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง หรือหยุดยิงตามข้อเรียกร้องของนานาชาติแต่อย่างใด
กระทรวงสาธารณสุขของฮามาสในฉนวนกาซาระบุว่า ยังมีผู้คนอย่างน้อย 2,300 คนในโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ประกอบด้วยผู้ป่วย 650 คน เจ้าหน้าที่ราว 200-500 คน และผู้คนอีกราว 1,500 คน ที่หาที่พักพิง
ไม่เพียงแต่โรงพยาบาลอัล-ชิฟาเท่านั้น โรงพยาบาลอื่นๆ ในฉนวนกาซาก็ประสบปัญหาตกอยู่ท่ามกลางการสู้รบและไม่มีพลังงานใช้ไม่ต่างกัน
