หน้าแรก ต่างประเทศ แอมเนสตี้อ้าง...

แอมเนสตี้อ้าง กัมพูชาบังคับไล่ที่ชาวบ้านรอบนครวัด รัฐบาลโต้ไม่จริง-สมัครใจย้ายออก

14.11.23 | 17:39 น.
FILE PHOTO AFP

แอมเนสตี้อ้าง กัมพูชาบังคับไล่ที่ชาวบ้านรอบนครวัด รัฐบาลโต้ไม่จริง-สมัครใจย้ายออก

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลได้กล่าวหาว่า กัมพูชาได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจากการบังคับขับไล่ชาวบ้านจำนวน 10,000 ครอบครัวให้ออกจากพื้นที่รอบนครวัด แหล่งมรดกโลกขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 2 ล้านคนต่อปีในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กัมพูชาได้ยกระดับการเคลื่อนย้ายชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณของนครวัดไปยังชุมชนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ที่อยู่ห่างออกไป 25 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ของกัมพูชายืนยันมาโดยตลอดว่าชาวบ้านสมัครใจที่จะย้ายออก แต่รายงานของแอมเนสตี้ระบุว่าหลายคนถูกข่มขู่ให้ย้ายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัปสราแห่งกัมพูชา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ควบคุมดูแลโบราณสถานนครวัด และกระทรวงที่ดินนำองค์การยูเนสโกมาสร้างความชอบธรรมในการย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่

ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ทางการกัมพูชาบอกกับเธอว่ายูเนสโกต้องการให้เธอย้ายออก มิเช่นนั้นนครวัดจะสูญเสียสถานะแหล่งมรดกโลก และมีชาวบ้านอีกอย่างน้อย 7 คนที่อาศัยอยู่รอบนครวัดถูกสำนักงานอัปสราฟ้องร้อง ในข้อหาปลุกปั่นและขัดขวางการทำงานสาธารณะ แอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการบังคับขับไล่ผู้คนและหยุดละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยูเนสโกประณามการกระทำของกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลกัมพูชาได้ออกมาตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า “ไม่เป็นความจริง” พร้อมกับยืนยันว่าการย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่นั้นอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจและเป็นไปตามกฎของยูเนสโก ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้าง การก่อสร้างหรือผู้คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว “อาจมีชาวบ้านบางคนที่ไม่พอใจและแอมเนสตี้ก็ไปสัมภาษณ์พวกเขาและบอกว่ารัฐบาลบังคับขับไล่” โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าว

Advertisement

ทางการกัมพูชาบอกอีกว่าพวกเขาทำเช่นนั้นเพื่ออนุรักษ์นครวัด โดยย้ายผู้ตั้งถิ่นฐานที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จากการทิ้งขยะและใช้ทรัพยากรน้ำมากเกินความจำเป็น และมีเพียงคนกลุ่มนี้ที่เป็นเป้าหมายของการย้ายออกจากพื้นที่เท่านั้น

ด้านยูเนสโกได้ออกมาแสดงความกังวลต่อการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่นครวัดของกัมพูชาอย่างมาก และปฏิเสธว่าไม่เคยเรียกร้อง สนับสนุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานดังกล่าว