หน้าแรก ต่างประเทศ ทำเนียบขาวยัน...

ทำเนียบขาวยัน ไม่ได้หนุนอิสราเอลโจมตีรพ.อัล-ชิฟา ฮามาสซัด ‘ไบเดน’ ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

15.11.23 | 11:42 น.
Satellite image ©2023 Maxar Technologies via AP

ทำเนียบขาวยัน ไม่ได้หนุนอิสราเอลโจมตี รพ.อัล-ชิฟา ฮามาสซัด ‘ไบเดน’ ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

ทำเนียบขาวออกมายืนยันว่า ไม่สนับสนุนการโจมตีโรงพยาบาลทางอากาศ และไม่อยากเห็นการสู้รบในโรงพยาบาล ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศและบุกเข้าไปในโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซาในวันที่ 15 พฤศจิกายน

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวที่ไม่ต้องการให้ระบุชื่อ กล่าวว่า เราไม่สนับสนุนการโจมตีโรงพยาบาลทางอากาศ เราไม่ต้องการเห็นการสู้รบในโรงพยาบาลที่ผู้บริสุทธิ์ คนที่สิ้นหวัง และคนป่วยที่พยายามเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่พวกเขาควรได้รับ ตกอยู่ท่ามกลางการสู้รบ โรงพยาบาลและผู้ป่วยจะต้องได้รับการคุ้มครอง

นอกจากการโจมตีทางอากาศแล้ว กองกำลังป้องกันอิสราเอลยังได้บุกเข้าไปในโรงพยาบาลด้วย โดยผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ทหารอิสราเอลได้ยิงระเบิดควันที่ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก และได้บุกเข้าไปยังแผนกศัลยกรรมเฉพาะทาง ก่อนที่การติดต่อจะถูกตัดขาดไป

ด้านกลุ่มฮามาสออกมาระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ และอิสราเอลจะต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ของกองทัพผู้ยึดครองทั้งหมด เพราะทำเนียบขาวสนับสนุนคำกล่าวอ้างของอิสราเอลว่า ฮามาสใช้พื้นที่ของโรงพยาบาลอัล-ชิฟา เป็นการให้ไฟเขียวอิสราเอลในการเริ่มปฏิบัติการโจมตีโรงพยาบาล

Advertisement

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกับการเสียชีวิตครั้งใหญ่ในโรงพยาบาล โดยโฆษกของกุแตเรซกล่าวว่า “ในนามของมนุษยชาติ ท่านเลขาธิการเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทันที”

เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า การโจมีโรงพยาบาลอัล-ชิฟาของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ทำให้เกิดคำถามถึงการตีความกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองสถานพยาบาลและผู้พลัดถิ่นหลายพันคนที่เข้าไปพักพิงอยู่ในโรงพยาบาลอัล-ชิฟาอย่างไร

เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แต่ข้อกล่าวหาว่าโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ทางทหาร ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น เนื่องจากนั่นอาจจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ หน่วยแพทย์ที่ถูกใช้เพื่อการกระทำที่เป็นอันตรายต่อศัตรู และเพิกเฉยคำเตือนให้หยุดการกระทำดังกล่าว จะสูญเสียสิทธิการคุ้มครองพิเศษภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

โอมาร์ ชากีร์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำอิสราเอลและปาเลสไตน์ กล่าวก่อนการโจมตีของอิสราเอลว่า แม้ว่าจะพิสูจน์ได้ว่าฮามาสใช้โรงพยาบาลในการปฏิบัติการทางทหารจริง แต่กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดให้ต้องมีการเตือนที่เกิดผลในทางปฏิบัติจริงก่อนที่จะมีการโจมตี

“นั่นหมายความว่าผู้คนที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องมีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเดินทางไป และหนทางที่ปลอดภัยเพื่อที่จะไปยังสถานที่นั้นๆ มันเป็นเรื่องน่าหวาดกลัวมาก เพราะเราต้องจำไว้ว่าโรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซาเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นหลายหมื่นคน” ชากีร์กล่าว

อิสราเอลระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนว่า ได้ให้เวลาแก่ทางการกาซา 12 ชั่วโมงเพื่อยุติกิจกรรมทางทหารในโรงพยาบาล น่าเสียดายที่มันไม่เกิดขึ้น

คาริม ข่าน อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เคยออกแถลงการณ์ในปลายเดือนตุลาคมเกี่ยวกับการโจมตีพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครอง อาทิ โรงพยาบาลว่า อิสราเอลจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงการใช้หลักการแยกแยะ การป้องกันไว้ก่อน และการดำเนินการตามสมควรที่เหมาะสม

“แม้ว่าจะสูญเสียการคุ้มครองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศไป แต่ภาระในการพิสูจน์สถานะของการสูญเสียการคุ้มครองดังกล่าว ก็ขึ้นกับผู้ที่ลงมือยิงปืน ขีปนาวุธ และจรวดเหล่านั้นเอง” ข่านระบุ