บัวแก้วย้ำ เร่งช่วยคนไทยในเล้าก์ก่าย เผย 41 ชีวิตปลอดภัยแผ่นดินไหวเชียงตุง พร้อมอพยพกลับ 254 ราย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยจากเมืองเล้าก์ก่าย รัฐฉาน ประเทศเมียนมา
นางกาญจนากล่าวว่า ตามที่มีภาพวิดีโอที่คนไทยในเมืองเล้าก์ก่ายได้แสดงความในใจขอให้ทางการไทยรีบให้ความช่วยเหลือ จึงขอย้ำว่าพยายามให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดแต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ง่าย และไม่สามารถออกจากพื้นที่เพื่อข้ามพรมแดนได้ทันที แต่ขอให้วางใจว่าทางกระทรวงกำลังพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยสถานะคนไทยในเมืองเล้าก์ก่ายตอนนี้ มีกลุ่มที่เคยอยู่ในค่ายทหารและได้ย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของทางการเมียนมามีจำนวน 165 คนซึ่งในจำนวนนี้ปลอดภัย ส่วนกลุ่มที่นายจ้างได้ปล่อยตัวออกมาจากที่ทำงาน พำนักอยู่ในที่ปลอดภัย และอยู่ระหว่างรอทางการส่งไปรวมกับคนไทยกลุ่มใหญ่มีจำนวน 89 คน โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้รวมแล้วมีจำนวน 254 คน ซึ่งทางสถานทูตได้ตรวจสอบสัญชาติผ่านทางโทรศัพท์และออกเอกสารเดินทางฉุกเฉินให้แล้ว พร้อมเดินทางกลับประเทศแต่กำลังอยู่ระหว่างประสานฝ่ายต่างๆ และจัดหายานพาหนะ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ทางกระทรวงการต่างประเทศให้ความเป็นห่วงคือกลุ่มที่อาจอยู่ในพื้นที่ทำงานและนายจ้างยังไม่ปล่อยตัวออกมา คาดว่าจะมีประมาณ 40-50 คน ทางสถานทูตก็จะให้ความช่วยเหลือต่อไป “เข้าใจถึงความร้อนใจของคนที่อยู่ในพื้นที่ พอเห็นข่าวก็เป็นห่วง แต่ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์สู้รบเช่นนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ ก็ขอยืนยันว่ากำลังประสานให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทาง” นางกาญจนากล่าว พร้อมบอกด้วยว่า เมื่อคนไทยทั้ง 254 รายเดินทางถึงประเทศไทยแล้วจะต้องเข้ารับการคัดกรองว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์จริงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (17 พ.ย.) จะทำให้ต้องยกระดับแผนให้ความช่วยเหลือคนไทยทั้ง 41 รายที่ถูกนายจ้างปล่อยตัวออกมาจากเมืองเล้าก์ก่าย และหลบหนีออกไปเมืองอื่นในความปกครองของกลุ่มว้าแดงและเตรียมที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆนี้หรือไม่ นางกาญจนากล่าวว่า ชาวไทยทั้ง 41 รายยังปลอดภัยดี เราพยายามเร่งนำตัวทั้ง 41 คนกลับประเทศอยู่แล้ว
ส่วนในคำถามที่ว่ายังมีคนไทยราว 40-50 คนที่ยังถูกนายจ้างบังคับให้ทำงาน ทางกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสามารถดำเนินการกับนายจ้างให้ปล่อยตัวคนไทยออกมาได้อย่างไรบ้างนั้น นางกาญจนาระบุว่า ทางสถานทูตเคยได้รับการติดต่อจากคนไทยกลุ่มดังกล่าวแล้วแต่อาจขาดการติดต่อไป จึงไม่แน่ใจว่ายังอยู่กับนายจ้างหรือถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไป ส่วนในเรื่องนายจ้างนั้นจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศนั้นๆ หากติดตามข่าวก็จะพบว่าความร่วมมือกันระหว่างทางการจีนและเมียนมาในการติดตามและปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้
นอกจากนั้นแล้ว นางกาญจนากล่าวเตือนคนไทยว่า ขอให้ระมัดระวังในการอ่านข่าวรับสมัครงานและขอให้พิจารณาพื้นที่ที่บอกว่าจะพาไปทำงาน หากมีข้อสงสัยใดก็สามารถสอบถามแรงงานจังหวัด กระทรวงแรงงาน หรือกรมการกงสุลได้เพราะทางเราจะสามารถรู้ได้ว่ามีพิรุธ จึงขอย้ำเตือนให้ระมัดระวังก่อนที่จะเชื่อข้อมูลต่างๆ

