“ปานปรีย์” พบ 17 ตัวประกันคนไทย พูดไม่ออก-ปล่อยโฮ บอกดีใจปลาบปลื้ม เพราะเป็นคนมีครอบครัวเหมือนกัน รับที่ผ่านมาเจรจายากลำบาก เชื่อออกมาได้ไม่มาเพราะโชคช่วย แต่พระคุ้มครอง ขณะ 17 แรงงานยกมือไหว้ขอบคุณทุกภาคส่วน ด้าน “รมต.ต่างประเทศอิสราเอล” ออกปาก ทุกคนกลับมาทำงานได้อีก มองอิสราเอลเป็นบ้านหลังที่สอง
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศอิสราเอล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เพื่อปฏิบัติภารกิจรับตัวประกันคนไทยกลับประเทศและติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือตัวประกันที่ยังเหลืออยู่ โดยมีนายเอลิ โคเฮน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลให้การต้อนรับที่สนามบิน ซึ่งภายหลังการต้อนรับ ทั้งทางการไทยและอิสราเอลได้เข้าหารือร่วมกัน ถึงแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาตัวประกันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น
หลังจากนั้นนายปานปรีย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ได้เดินทางไปเยี่ยมตัวประกันที่ถูกปล่อยตัวทั้ง 17 คน ที่โรงพยาบาล ซึ่งจุดนี้มี พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมด้วย และมีนางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเทลอาวีฟ และนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ได้กล่าวสัญญาว่าจะดูแลคนไทยเป็นอย่างดี หากไม่มีคนไทย ประเทศอิสราเอลก็ไม่มีภาคการเกษตร พร้อมสอบถามความต้องการจากแรงงานว่าอยากให้ช่วยเหลือแบบใด ซึ่งตัวแรงงานคนหนึ่งได้สอบถามว่าถ้าเหตุการณ์สงบแล้ว สามารถกลับมาทำงานได้หรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า ขอให้มา คุณมี 2 ประเทศ บ้านคุณก็อยู่ที่นี่
ขณะที่นายปานปรีย์ ทันทีที่เห็นแรงงานไทย ระบุว่า ตนรู้สึกปลื้มจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะร้องไห้ สีหน้าแดง จากนั้นได้กล่าวภายหลังว่า ตนพูดไม่ออก เพราะเป็นห่วงทุกคน มาวันนี้ดูหน้าตาก็สดใส แจ่มใส ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ยากลำบากมาก ตนก็ติดตามญาติพี่น้องที่รอคอยเฝ้ารอวันที่พวกท่านทั้งหลายจะออกมาจากการถูกกักตัว หากกลับไปมีอะไรให้ทางการช่วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยินดี ติดต่อตนโดยตรงได้ ในส่วนของสถานการณ์สถานทูตก็ได้ดูแลมาอย่างดีโดยตลอด รวมถึงหน่วยงานกองทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
“ผมดีใจมากที่หน้าตาของพวกเรายังมีความปลอดภัย ยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้ เป็นกังวลมาเป็นเดือนแล้ว วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญมาก ที่ทำให้เราได้พบกัน อีกไม่กี่วันจะได้กลับแล้ว” นายปานปรีย์กล่าว

นายปานปรีย์ย้ำว่า ตนรู้สึกเป็นห่วง เพราะตนมีครอบครัว วันนี้ครอบครัวตัวประกันทั้งหมดก็ดีใจกันมาก เราสามารถเห็นจากแววตาได้ว่าเขารอวันรอคืน
“จะใช้คำว่าโชคดีก็ไม่ได้ ต้องบอกว่าพระคุ้มครอง เมื่อกี้เห็นพระอยู่… อันหนึ่งที่ผู้นำของประเทศเห็นตรงกันจากที่ผมได้ไปพบ คือเขารักคนไทย ไม่เคยได้ยินว่าเขารู้สึกว่าคนไทยไม่ดี หรือทำอะไรที่เขาไม่ชอบ เขาก็รับปากจะช่วย และมีการประสานงานอยู่ตลอดเวลา จนถึงตอนนี้ก็ยังมีการประสานว่าส่วนที่เหลือจะออกมาโดยเร็วเมื่อไหร่ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยาก เป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ขอให้นึกถึงคนที่เขารอเรา” นายปานปรีย์กล่าว
ด้านแรงงานไทยทั้ง 17 คนยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรีปานปรีย์ระบุว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนเป็นอย่างยิ่ง





