หน้าแรก ต่างประเทศ อิสราเอล-ฮามา...

อิสราเอล-ฮามาสรบต่อวัน 2 หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุด กาตาร์แย้มเจรจาต่อหวังปิดดีลหยุดยิงเพิ่ม

2.12.23 | 12:12 น.
AFP

อิสราเอล-ฮามาสรบต่อวัน 2 หลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุด กาตาร์แย้มเจรจาต่อหวังปิดดีลหยุดยิงเพิ่ม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาได้กลับมาดำเนินขึ้นอีกครั้งเป็นวันที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม หลังการพูดคุยเพื่อขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับกลุ่มฮามาสได้ล้มเหลวลง ขณะที่ประเทศกาตาร์ ที่มีบทบาทเป็นตัวกลางในการเจรจา ระบุว่าการเจรจากับอิสราเอลและปาเลสไตน์เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้งยังคงดำเนินต่อไป แต่การที่อิสราเอลกลับมาโจมตีใส่ฉนวนกาซาอีกครั้งได้ทำให้ความพยายามในการเจรจาซับซ้อนยิ่งขึ้น

หลายพื้นที่ของฉนวนกาซา อาทิ ทางตอนเหนือที่เคยเป็นศูนย์กลางการสู้รบ เมืองข่านยูนิสและเมืองราฟาห์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ถูกกองทัพอิสราเอลโจมตีทิ้งระเบิดใส่อย่างหนัก รวมถึงมีเสียงปืนและรายงานการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลและฮามาส หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ดำเนินมาเป็นเวลา 7 วันได้สิ้นสุดลงเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 1 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางฝั่งอิสราเอลระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงสามารถขยายเวลาต่อไปได้ตราบใดที่ฮามาสทำการปล่อยตัวประกันจำนวน 10 คนต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตัวกลางในการเจรจาไม่สามารถหาข้อสรุปให้มีการปล่อยตัวประกันเพิ่มขึ้นได้

อิสราเอลกล่าวหาว่าฮามาสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวประกันที่เป็นผู้หญิงทุกคนที่จับตัวไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์อ้างว่าการขยายเวลาหยุดยิงล้มเหลวลงในประเด็นเกี่ยวกับทหารหญิงของอิสราเอล

นอกจากนั้นแล้ว มีการโปรยใบปลิวในพื้นที่ตะวันออกของเมืองข่านยูนิสให้ประชาชนใน 4 เมืองอพยพไปยังเมืองราฟาห์ซึ่งลงไปทางตอนใต้ ขณะที่ทางการอิสราเอลระบุว่ากองกำลังทั้งทางบก อากาศ และทะเล ได้โจมตีเป้าหมายการก่อการร้ายในฉนวนกาซาไปแล้วกว่า 400 แห่งนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงได้สิ้นสุดลง

Advertisement

ขณะที่รัฐบาลฮามาสในฉนวนกาซาเปิดเผยว่ามีผู้คนเสียชีวิตในกาซานับตั้งแต่การสู้รบเริ่มขึ้นอีกครั้งไปแล้ว 240 คน และมีผู้บาดเจ็บ 650 คน ส่วนในฝั่งอิสราเอลมีเสียงไซเรนแจ้งเตือนการโจมตีจากขีปนาวุธดังขึ้นในหลายชุมชนที่ใกล้กับฉนวนกาซา แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 ธันวาคม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในฉนวนกาซาให้ข้อมูลว่า การโจมตีของอิสราเอลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 184 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 589 ราย และมีการโจมตีใส่บ้านเรือนในกาซาไปแล้วกว่า 20 หลัง ขณะที่เสียงไซเรนแจ้งเตือนการโจมตีจากขีปนาวุธได้ดังขึ้นในหลายชุมชนของอิสราเอลใกล้กับฉนวนกาซา

สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้ความเห็นว่าการสู้รบของทั้งสองฝ่ายจะทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงไปอีก นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการยูเอ็นด้านการประสานงานกิจการมนุษยธรรม กล่าวว่าเด็ก ผู้หญิง และผู้ชายในฉนวนกาซาไม่มีที่ปลอดภัยให้พักพิงและแทบไม่เหลืออะไรที่จะทำให้พวกเขารอดชีวิต

สหรัฐอเมริกาได้ออกมากล่าวหากลุ่มฮามาสว่าล้มเหลวในการระบุรายชื่อตัวประกันชุดใหม่ที่จะได้รับการปล่อยตัว จนทำให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวต้องสิ้นสุดลง นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐกำลังดำเนินการทางการทูตเพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง โดยจะยังคงทำงานร่วมกับอิสราเอล อียิปต์ และกาตาร์ในประเด็นดังกล่าวต่อไป พร้อมกับกล่าวโทษฮามาสว่าไม่ทำตามเงื่อนไขในเรื่องตัวประกันและโจมตีใส่กรุงเยรูซาเลม ขณะที่ทางกลุ่มฮามาสได้กล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นคนให้ไฟเขียวอิสราเอลในการ “ทำสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ยังมีความกังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคจะขยายวงกว้างขึ้น หลังรัฐมนตรีกลาโหมของซีเรียเผยว่าอิสราเอลได้ทำการโจมตีใส่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม และกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในประเทศเลบานอนเผยเช่นกันว่าหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันก่อนหน้า

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปได้เสียชีวิตลงอีก 5 คน ทำให้ตัวเลขของตัวประกันทั้งหมดที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวอยู่ในตอนนี้อยู่ที่ 136 ราย แบ่งเป็นชาวอิสราเอล 125 ราย ชาวไทย 8 ราย ชาวเนปาล 1 ราย ชาวแทนซาเนีย 1 ราย และชาวฝรั่งเศส-แม็กซิกัน 1 ราย