ยูนิเซฟชี้ เด็ก 69 ล้านคน ใน 40 ปท.ร่ำรวยที่สุดในโลก ตกอยู่ในความยากจน
รายงานของกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมระบุว่า เด็ก 69 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 5 ที่อยู่ใน 40 ประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก ต่างตกอยู่ในความยากจน โดยเฉพาะในอังกฤษและฝรั่งเศสที่มีสถานะความยากจนที่เลวร้ายลงอย่างมาก
โดยแม้อัตราความยากจนของเด็กจะลดลงในช่วงปี 2012-2014 และ ช่วงปี 2019-2021 ราว 8% ใน 40 ประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่ถูกประเมิน ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนเด็กประมาณ 6 ล้านคนจากประชากรเด็กทั้งหมด 291 ล้านคน แต่ ณ สิ้นปี 2021 ยังมีเด็กกว่า 69 ล้านคนที่ยังคงอยู่ในความยากจนในประเทศร่ำรวยเหล่านี้
โบ วิกเตอร์ นีลันด์ แห่งหน่วยวิจัยยูนิเซฟ อินโนเซนติ กล่าวว่า สำหรับเด็กส่วนใหญ่ นี่หมายความว่าพวกเขาอาจเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน หรือสถานที่ที่อบอุ่นพอที่จะเรียกว่า “บ้าน”
ตัวเลขในรายงานดังกล่าวของยูนิเซฟอิงจากความยากจนเชิงสัมพัทธ์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้เฉลี่ยของประเทศ ซึ่งมักใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อกำหนดระดับความยากจนของตนเอง
รายงานของยูนิเซฟยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพื่อประกันความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ และเพื่อเจตจำนงทางการเมืองของประเทศต่างๆ ที่ถูกสำรวจ โดยเน้นย้ำว่าความมั่งคั่งของประเทศไม่ได้ช่วยให้เด็กๆ หลุดพ้นจากความยากจนโดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา มีความถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับความยากจนเกิดขึ้นในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดบางประเทศ โดยในอังกฤษเห็นอัตราความยากจนของเด็กเพิ่มขึ้น 19.6% และในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 10.4% ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา มีจำนวนเด็กยากจนลดลง 6.7% แต่เด็กมากกว่า 1 ใน 4 ยังคงอยู่ในความยากจนเชิงสัมพัทธ์ ขณะที่อัตราความยากจนช่วงปี 2019-2021 เพิ่มขึ้น 2 เท่าในเดนมาร์ก

