ตกลงกันไม่ได้! สาวเตรียมยื่นฟ้องร้านเสริมสวย อ้างหลังสระผมสไตล์เวียดนาม ทำหูอักเสบ
เว็บไซต์ taiwannews.com.tw รายงานว่า หญิงสาวรายหนึ่งได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องให้ดำเนินคดีกับร้านสระผมสไตล์เวียดนาม ที่เมืองเกาสง ของไต้หวัน ข้อหาทำให้หูของเธอบาดเจ็บ และเกิดอาการสูญเสียการได้ยิน
รายงานข่าวของทีวีบีเอส ระบุว่า หญิงสาวรายนี้ ซึ่งระบุเพียงแซ่ฉาง และสามี ได้เข้าไปที่ร้านสระผมสไตล์เวียดนาม ที่เมืองเกาสง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ขณะที่ช่างเสริมสวยของทางร้าน ยืนยันว่า ทางร้านพบได้ในทันทีว่า หูข้างขวาของนางฉาง ดูเหมือนมีอาการอักเสบจากการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ช่างก็ได้ดำเนินการทำความสะอาดหูของลูกค้าให้
ขณะที่วันถัดมา นางฉางได้เริ่มบ่นว่า หูข้างขวาของเธอเริ่มมีหนองไหลออกมา และได้ไปพบแพทย์ ซึ่งแจ้งว่า หูของนางฉางอักเสบ และยังสูญเสียการได้ยิน ซึ่งนางฉางกล่าวว่า เธอต้องพักเป็นเวลา 5 วัน และไม่สามารถไปทำงานได้
นางฉางได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หูข้างขวาของเธอได้ยินเสียงไม่ชัด และหูข้างขวาก็ยังมีอาการหูอื้อ และมีเสียงดังตลอดเวลา
หลังจากนั้น นางฉางได้กลับไปที่ร้านสระผมอีกครั้ง พร้อมกับเรียกร้องเงิน 35,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อชดเชยให้กับการที่เธอต้องหยุดงานเป็นเวลา 5 วัน หรือคิดเฉลี่ยต้องชดเชยให้วันละ 7,000 ดอลลาร์ไต้หวัน แต่ทางเจ้าของร้านปฏิเสธที่จะจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้ และอ้างว่า ช่างเสริมสวยได้เตือนนางฉางแล้วว่า เธอมีเชื้อราในหู
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าของร้านสระผม ได้จ่ายเงินค่ารักษาหูให้กับนางฉาง แต่จะต้องรอหลังจากเสร็จสิ้นการรักษาแล้ว แล้วจึงจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดของการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้
ข่าวระบุว่า หลังจากนางฉางไปรักษาหูที่โรงพยาบาล 3 แห่ง นางฉางได้ยื่นใบรับรองแพทย์ให้กับทางร้านสระผมเพื่อให้จ่ายเงินชดเชยให้ แต่นางฉางบอกว่า เจ้าของร้านสระผมปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
ขณะที่เจ้าของร้านสระผมเปิดเผยกับสื่อว่า ช่างเสริมสวยได้แนะนำนางฉางเกี่ยวกับการติดเชื้อ และได้แนะนำให้เธอไปพบแพทย์ นอกจากนี้ เจ้าของร้านเสริมสวยยังกล่าวด้วยว่า การที่นางฉางอ้างว่า มีการวินิจฉัยพบว่าหูติดเชื้อรา นั่นแสดงว่า นางฉางติดเชื้อราก่อนเข้ารับบริการที่ร้าน
รายงานแจ้งว่า แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการพูดคุยกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ และนางฉางได้เลือกที่จะยื่นเรื่องฟ้องร้องดำเนินคดีต่อร้านเสริมสวยในข้อหาทำอันตรายต่อร่างกายโดยประมาท

