คอลัมน์ไฮไลต์โลก : ท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดนหางเลขสงครามยิว-ฮามาส

ภาพรอยเตอร์

คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดนหางเลขสงครามยิว-ฮามาส

กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง ต่างพลอยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการทำสงครามสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสไปด้วย โดยสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ดังกล่าวได้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหนีหายไปในฉับพลัน ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาคนี้อย่างจอร์แดน อียิปต์ และเลบานอน ล้วนพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นเสาหลักของแหล่งรายได้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจประเทศ

ในปีที่แล้วแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเมืองเพตรา ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “อัญมณีแห่งทะเลทรายจอร์แดน” สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาได้ประมาณ 900,000 คน แต่ตอนนี้แทบจะไม่เห็นแม้เงาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากที่มีเข้ามาหนาแน่นช่วงต้นเดือนตุลาคมก็ตาม

โปรมแกรมทัวร์แบบคอมโบ ที่รวมโปรแกรมท่องเที่ยวในจอร์แดน เวสต์แบงก์และอิสราเอล อยู่ในแพกเก็จเดียวกันของบริษัทท่องเที่ยว ต้องถูกยกเลิกไปในทันที ส่วนโปรแกรมทัวร์ที่เคยมีการจองเอาไว้ล่วงหน้าหลายสิบทริปก็ถูกยกเลิกไปทั้งหมดเช่นกัน โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์จากสหรัฐอเมริกา จากการเปิดเผยของ อาเมอร์ เนซามี ไกด์ทัวร์ชาวจอร์แดน

Advertisement

ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยพนักงานในโรงแรมเพตรา พาเลซ ในเมืองเพตรา บอกว่า ตอนนี้โรงแรมขนาดใหญ่มียอดจองห้องพักลดลงไปแล้ว 20-25% นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสเปิดฉากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงโรงแรมเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีแขกเข้ามาเลย

ขณะที่ก่อนหน้าสงครามจะปะทุขึ้น องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า การท่องเที่ยวในตะวันออกกลางกำลังบูมมากในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งมากกว่าช่วงก่อนเกิดโรคโควิด-19 ระบาดถึง 20%

แต่การระเบิดขึ้นของสงครามอิสราเอล-ฮามาส ที่ลุกลามไปถึงพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอลติดกับชายแดนตอนใต้ของประเทศเลบานอน ซึ่งมีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังติดอาวุธอิสลามอีกกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ ก็ทำให้ดีมานด์การท่องเที่ยวอิสราเอลหดหายไปในพริบตาและส่งผลพวงลามเป็นโดมิโนถึงจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่การจองที่พักและโปรแกรมทัวร์ต่างๆ วูบหายไปด้วย

สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ชี้ว่า เลบานอน จอร์แดน และอียิปต์ ชาติเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับอิสราเอลและฉนวนกาซาโดยตรง จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการดิ่งลงของภาคการท่องเที่ยว จากที่ในปีที่แล้วเลบานอนโกยรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวคิดเป็น 26%ของภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ ส่วนจอร์แดน 21% และอียิปต์ 12% ส่วนอิสราเอลมีเพียง 13%เท่านั้น

โดยนับตั้งแต่เกิดสงครามขึ้น บริษัททัวร์หลายแห่งในอียิปต์มียอดการยกเลิกจองทัวร์สำหรับเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมลงไปแล้วมากกว่าครึ่ง โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป

หลายสายการบินยังยกเลิกเที่ยวบินมายังเลบานอน ซึ่งมีการยิงต่อสู้ระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กับทหารอิสราเอล ขณะที่ผู้ให้บริการเรือสำราญอย่างบริษัท MSC ก็ได้ยกเลิกแผนการล่องเรือสำราญ Orchestra และ Sinfonia ในทะเลแดงช่วงฤดูหนาวนี้ไปแล้ว

อย่างไรก็ดี สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ยังไม่เห็นผลกระทบด้านการท่องเที่ยวใดในเวลานี้ต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือตุรกี ที่ตั้งอยู่ห่างออกไป แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปนานเท่าไรและจะขยายวงไปมากขึ้นหรือไม่

นั่นเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายไม่ปรารถนาและต้องการให้การสู้รบหลั่งเลือดครั้งนี้ยุติลงโดยพลัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image