
‘สี จิ้นผิง’ เยือนเวียดนามชื่นมื่น ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ เซ็นข้อตกลงหลายฉบับ
ผู้นำจีนและเวียดนามต่างยกย่องการตัดสินใจยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติและการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันว่าเป็น “ยุทธศาสตร์” ในระหว่างการเยือนประเทศเวียดนามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่สองและเป็นวันสุดท้ายของการเยือน
ประธานาธิบดีสีกล่าวระหว่างพบหารือกับนายเวือง ดิ่งห์ เหวะ ประธานสภาของเวียดนามว่า ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศการจัดตั้งชุมชนเชิงยุทธศาสตร์จีน-เวียดนามแห่งอนาคตร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการยกระดับความสัมพันธ์จีน-เวียดนาม”
ขณะที่ในการพบหารือกับประธานาธิบดีสี นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม เรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็น”หลักไมล์สำคัญทางประวัติศาสตร์” และกล่าวเสริมว่า การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันนั้นคือทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์
ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือจีน-เวียดนามดังกล่าวครอบคลุมถึงการลงทุนที่เป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระบบรางและการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนข้อตกลง 3 ฉบับด้านโทรคมนาคมและความร่วมมือด้านข้อมูลดิจิทัล
อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของความตกลงดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่ผู้เชี่ยวชาญและนักการทูตกล่าวให้เห็นความว่า ข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาจปูทางไปสู่การสนับสนุนของจีนต่อการสร้างระบบเครือข่าย 5G ในประเทศเวียดนาม และการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล
ฮง เหงียน ผู้ชำนาญพิเศษด้านห่วงโซ่อุปทานแห่งมหาวิทยาลัย RMIT University Vietnam กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลประโยชน์ของทั้งสองชาติ โดยเมื่อเร็วๆ นี้จีนได้สร้างศูนย์ข้อมูลใต้ทะเลนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะไหหลำของจีน ขณะที่เวียดนามต้องการพัฒนาโคงสร้างพื้นฐานของตนเอง โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม สถานีติดตามดาวเทียมภาคพื้นดิน และศูนย์ข้อมูล อาจเป็นด้านสำคัญสำหรับการลงทุนดังกล่าว
การเยือนประเทศเวียดนามของประธานาธิบดีสีครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่จีนและสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจคู่ปรับ ต่างแข่งขันกันแผ่ขยายอิทธิพลในประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ซึ่งการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือข้างต้น สะท้อนถึงความสำเร็จทางการทูตของเวียดนาม แม้นักวิเคราะห์และนักการทูตจะกล่าวว่าการยกระดับความสัมพันธ์นั้นอาจเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์มากกว่าความเป็นจริงก็ตาม
ทั้งนี้ประธานาธิบดีสีผลักดันอย่างหนักในการยกระดับความสัมพันธ์ โดยเฉพาะหลังจากเวียดนามได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงสุดเท่ากับจีน
