สธ.สิงคโปร์ตื่นตัว กระตุ้นปชช. สวมหน้ากาก หลังยอดติดโควิดเพิ่มต่อเนื่อง ชี้ส่วนใหญ่สายพันธุ์ย่อย JN.1
จากการมีจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศสิงคโปร์ ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ออกมากระตุ้นอย่างแข็งขันให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีฝูงชนรวมตัวกันหนาแน่น แม้ว่าจะไม่ได้ป่วยก็ตาม โดยเฉพาะในสถานที่ปิดหรือการไปพบปะกับกลุ่มคนเปราะบาง
กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์แถลงเมื่อวัน 15 ธันวาคม ประมาณการว่าช่วงตั้งแต่วันที่ 3-9 ธันวาคม สิงคโปร์มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56,043 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับยอดผู้ติดเชื้อรวม 32,035 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะผู้ติดเชื้อโควิดที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเฉลี่ยตกวันละจาก 225 ราย เพิ่มเป็น 350 ราย และมีผู้ที่ต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียูเพิ่มขึ้นจากวันละ 4 ราย เป็น 9 ราย โดยผู้ป่วยโควิดส่วนใหญ่พบว่าติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย JN.1 ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ BA.2.86.
กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ระบุว่า จากข้อมูลระหว่างประเทศและท้องถิ่นที่มีอยู่ ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าโควิดสายพันธุ์ BA.2.86 หรือ JN.1 สามารถแพร่เชื้อได้หรือทำให้เกิดโรคที่รุนแรงกว่าเชื้อกลายพันธุ์ที่แพร่กระจายอื่นๆ
จากสถานการณ์นี้ กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้ร้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม โดยขอให้ผู้ที่มีอาการไม่สบายจากการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ควรอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้อื่น สำหรับผู้เดินทางควรสวมใส่หน้ากากป้องกันในสนามบิน ซื้อประกันการเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีผู้คนแออัดซึ่งมีการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดีพอ และขอให้ผู้ที่ต้องรับการรักษาพยาบาลที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล เฉพาะในกรณีฉุกเฉินร้ายแรงหรือคุกคามถึงถึงชีวิตเท่านั้น ซึ่งจะช่วยรักษาศักยภาพของโรงพยาบาลไว้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลในโรงพยาบาลแบบฉับพลันอย่างแท้จริง และช่วยให้ผู้ที่เจ็บป่วยรุนแรงได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
สิงคโปร์ เป็นหนึ่งในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศตนเองเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านั้นกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียประกาศว่ารัฐบาลอาจประกาศคำสั่งเพิ่มเติมในการรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ที่อาจรวมถึงการให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนเปราะบาง จากที่ได้มีการแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันในการรวมตัวกันไปแล้ว หลังจากมาเลเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวที่ 12,757 ราย ในช่วงวันที่ 3-9 ธันวาคมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ส่วนอินโดนีเซีย เมื่อต้นสัปดาห์นี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดทั้งสิ้น 6,223 ราย เพิ่มขึ้น 298 รายจากสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ออกหนังสือเวียนให้องค์กรต่างๆ ติดตามผู้ป่วยรายใหม่อย่างจริงจังและประกันความพร้อมของวัคซีนที่มีอยู่ในคลินิกสุขภาพของรัฐบาลทุกแห่ง

