เลือกตั้งมะกันสะเทือน! ศาลสูงโคโลราโดตัดสิทธิ ‘ทรัมป์’ ห้ามลงชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐ
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทวีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากศาลสูงของรัฐโคโลราโดมีคำตัดสินในวันที่ 19 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่สามารถลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในรัฐโคโลราโลได้
คำตัดสินด้วยมติศาล 4 ต่อ 3 ระบุว่า ทรัมป์ขาดคุณสมบัติที่จะทำให้เขาสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ โดยมีการนำเอามาตรา 3 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐเพิ่มเติมฉบับที่ 14 มาบังคับใช้เพื่อตัดสินผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
ผู้พิพากษาศาลสูงทั้งหมดซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าการรัฐที่มาจากพรรคเดโมแครต ได้หยิบยกมาตราดังกล่าวมาใช้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำมาตรการนี้มาใช้เพื่อตัดสิทธิผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
ทั้งนี้ ศาลสูงของโคโลราโดได้กลับคำตัดสินของผู้พิพากษาศาลแขวงที่พบว่า ทรัมป์ได้ปลุกปั่นยุยงให้มีการโจมตีสภาคองเกรส จากบทบาทที่เขาดำเนินการในวันที่ 6 มกราคม 2021 แต่ผู้พิพากษาศาลแขวงระบุว่า ไม่อาจห้ามไม่ให้ทรัมป์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมถึงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่
ขณะที่คำตัดสินของศาลสูงโคโลราโดระบุว่า เสียงส่วนใหญ่ของศาลเห็นว่าทรัมป์ขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามมาตรา 3 ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 “เราไม่ได้บรรลุข้อสรุปเหล่านี้ได้ง่าย และเราคำนึงถึงความสำคัญและน้ำหนักของคำถาม และยังคำนึงถึงหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเราในการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เกรงกลัวหรือเข้าข้างฝ่ายใด และไม่ถูกอิทธิพลจากปฏิกริยาของสาธารณชนมากระทบต่อการตัดสินใจซึ่งกฎหมายให้อำนาจแก่เรา” คำตัดสินของศาลระบุ
คาร์ลอส ซามูร์ หนึ่งในผู้พิพากษา 3 คนที่ไม่เห็นด้วยแย้งว่า รัฐบาลไม่สามารถริดรอนสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ หากปราศจากกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม แม้ว่าเราจะเชื่อว่าผู้สมัครคนหนึ่งได้กระทำการอันเลวร้ายในอดีต หรือมีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบ แต่จะต้องมีกระบวนการที่เหมาะสม ก่อนที่เราจะสามารถประกาศได้ว่าบุคคลนั้นถูกตัดสิทธิจากการดำรงตำแหน่งทางราชการ
อย่างไรก็ดี คำตัดสินของศาลสูงโคโลราโดดังกล่าวจะไม่มีผลกับรัฐอื่นๆ และจะยังไม่มีผลบังคับใช้ใดๆ จนกว่าจะถึงวันที่ 4 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นวันเส้นตายก่อนที่รัฐจะพิมพ์บัตรลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อีกทั้งต้องรอการยื่นอุทธรณ์ของทีมทนายทรัมป์ และรอการตัดสินของศาลสูงสหรัฐด้วย
สตีเวน เฉิง โฆษกทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ กล่าวว่า คำตัดสินดังกล่าวเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง และตำหนิผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคเดโมแครตว่า ผู้นำพรรคเดโมแครตอยู่ในภาวะหวาดระแวงต่อการเพิ่มขึ้นของคะแนนนำของประธานาธิบดีทรัมป์ในผลการสำรวจความเห็นต่างๆ โดยทีมกฎหมายของทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาสหรัฐอย่างรวดเร็วต่อไป
ขณะที่โนอาห์ บุ๊คบินเดอร์ ประธานกลุ่มพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและจริยธารมในวอชิงตัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยื่นฟ้องทรัมป์ต่อศาลโคโลราโด ออกมาแสดงความยินดีกับคำตัดสิน และว่าสิ่งนี้ไม่เพียงเป็นคดีประวัติศาสตร์และเป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผลเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปกป้องอนาคตของประชาธิปไตยในประเทศของเรา
ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครีพับลินกันรวมถึงนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาประณามการตัดสินดังกล่าวว่า เป็นการโจมตีทางการเมืองโดยไม่เปิดเผยฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเกี่ยวข้องทางการเมือง พลเมืองทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้งไม่ควรถูกปฏิเสธสิทธิในการให้การสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีของพวกเขา ซึ่งผู้ที่มีคะแนนนำในทุกโพลในการสำรวจความนิยมก่อนการเลือกตั้งของพรรครีพับลิกัน
คำตัดสินของศาลสูงโคโลราโดถือเป็นคดีแรกที่มีการตัดสิทธิทรัมป์ในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า ขณะที่คดีแบบเดียวกันในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ มินนิโซตา และมิชิแกน ประสบความล้มเหลวในการสกัดทรัมป์ออกจากสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า

