ครั้งแรกในรอบ 103 ปีเวที ‘มิสฟรานซ์’ มอบมง ให้นางงามผมสั้น
การประกวดมิสฟรานซ์ 2024 (Miss France 2024) ที่เมืองดีฌง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม นับเป็นครั้งแรกในรอบ 103 ปีที่สาวงามผมสั้น ได้ครองมงกุฎนางงามฝรั่งเศส
อีฟ ชิลส์ สาวงามวัย 20 จากแคว้นนอร์-ปาดกาแล สาวงามผมสั้นเพียงหนึ่งเดียวในสาวงามผู้ร่วมประกวด 30 คนเรียกชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นความเปลี่ยนแปลงในแง่บวกของ ‘ความหลากหลาย’ บนเวทีประกวดมิสฟรานซ์
“เราเคยเห็นกันแต่นางงามที่ไว้ผมยาว แต่ฉันเลือกจะเป็นตัวเองในแบบแอนโดรจีเนียส (Androgynous)ด้วยทรงผมสั้น ไม่มีใครควรมากำหนดว่าคุณเป็นใคร ผู้หญิงทุกคนล้วนแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง” เจ้าของมงกุฎนางงามฝรั่งเศสคนใหม่ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น หลังรับมง
ซึ่งผลคะแนนตัดสิน ครึ่งหนึ่งมาจากคะแนนของผู้ชมทางบ้าน อีกครึ่งหนึ่งมาจากคณะกรรมตัดสินประกอบด้วยผู้หญิง 7 คน โดยการประกวดมิสฟรานซ์รอบตัดสิน เป็นรายการถ่ายทอดสดที่มีผู้ชมสนใจ เฝ้าเกาะติดหน้าจอทางสถานีโทรทัศน์ TF1 ราว 9.1 ล้านคน
ขณะที่แฮชแท็ก #MissFrance2024 กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในช่วงวันหยุดสัปดาห์นั้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ทั้งเห็นด้วย และคัดค้าน แต่ส่วนใหญ่จะยินดีกับชัยชนะของมิส ฟรานซ์ผมสั้นคนแรกในประวัติศาสตร์

“บางที มิสฟรานซ์คนใหม่อาจไม่สวยในสายตาคุณ แต่การได้เห็นความตื่นตกใจเพียงเพราะว่า เธอไว้ผมสั้น มันช่างน่าขัน” ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งให้ความเห็น
ขณะเดียวกัน มีผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกราย ทวีตว่า “อีฟ ชิลส์ คือมิสฟรานซ์ปี 2024 คนใหม่ คำวิจารณ์ที่มุ่งร้ายและไร้สาระของคุณไม่สามารถเปลี่ยนความจริงนี้ได้ เธองดงาม”
เอเอฟพี รายงานว่าชัยชนะของ อีฟ ชิลส์ เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังศาลมีคำตัดสินให้ผู้ผลิตรายการทีวีรายหนึ่งจ่ายเงินชดเชยให้แก่สาวงามผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 2 คนที่ถูกแอบถ่ายระหว่างอยู่ในห้องแต่งตัว โดยสองสาวงามไม่รู้ตัว ไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้า และมีภาพของสาวงามทั้งสองที่เผยให้เห็นหน้าอกถูกนำออกอากาศ

อเล็กเซีย ลาโรช-จูแบร์ ผู้บริหารระดับสูงของ Banijay France ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์มิสฟรานซ์ ให้สัมภาษณ์ปกป้องเวทีประกวดมิสฟรานซ์ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ทั้งยังเป็นการยกระดับทางสังคมอย่างก้าวกระโดดสำหรับผู้เข้าร่วมประกวด ที่ระยะหลังมีทั้ง หญิงนักธุรกิจ คุณหมอหรือ ผู้กำกับภาพยนตร์ ขณะที่คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประกวดได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย ไม่มีการจำกัดอายุ แม้แต่ผู้หญิงแต่งงานแล้ว หรือหญิงข้ามเพศก็สามารถสมัครเข้าร่วมประกวดได้
อย่างไรก็ตาม ในสายตานักวิจารณ์ ยังมองว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยังไม่เพียงพอ เมลินดา บิซรี จากสันนิบาตสิทธิมนุษยชน เมืองดีฌงซึ่งเรียกร้องให้บอยคอตการประกวดมิสฟรานซ์ เรียกการประกวดนางงามเป็นการ ‘ล้างสมองสตรีนิยม’ โดยว่า “ผู้หญิงทำร้ายตัวเองมาตลอดชีวิตเพื่อให้บรรลุกฎเกณฑ์เพ้อฝันเหล่านี้”

ขณะที่ วิโอเลน เดอ ฟิลิปปิส โฆษกสมาคม Dare Feminism! บอกว่า “เวทีประกวดมิสฟรานซ์ยังเป็นเพียงการเหยียดเพศ ด้วยวิธีคัดแยกผู้หญิงตามเกณฑ์ความงาม “

