หน้าแรก ต่างประเทศ แอฟริกาใต้ ฟ้...

แอฟริกาใต้ ฟ้องศาลโลก อิสราเอล ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในกาซา จี้ออกคำสั่งชั่วคราว ให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร

30.12.23 | 12:00 น.
ภาพรอยเตอร์

แอฟริกาใต้ ฟ้องศาลโลก อิสราเอล ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในกาซา จี้ออกคำสั่งชั่วคราว ให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา แอฟริกาใต้ ได้เริ่มกระบวนการยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก กรณีกล่าวหาอิสราเอลละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 จากการโจมตีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

โดยในการยื่นฟ้องต่อศาลโลก แอฟริกาใต้กล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญานี้ ซึ่งร่างขึ้นภายหลังการสังหารหมู่ ซึ่งทำให้การพยายามทำลายล้างประชาชนทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งถือเป็นอาชญากรรม

แอฟริกาใต้ยังร้องขอต่อศาลให้ออกมาตรการชั่วคราวหรือระยะสั้น เพื่อสั่งให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา ซึ่งแอฟริกาใต้ชี้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในกรณีนี้เพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม รุนแรงและแก้ไขไม่ได้ต่อสิทธิของชาวปาเลสไตน์

ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันพิจารณาคดีดังกล่าว

Advertisement

ด้านกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลออกแถลงปฏิเสธการยื่นฟ้องศาลโลกดังกล่าวของแอฟริกาใต้ โดยชี้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทที่ไม่มีมูลความจริงและไม่มีคุณค่าทางกฎหมาย และว่า อิสราเอลได้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศในการทำสงครามกับฮามาสในฉนวนกาซา

“แอฟริกาใต้กำลังสมคบกับกลุ่มก่อการร้ายที่เรียกร้องการทำลายล้างของอิสราเอล ประชาชนของกาซาไม่ใช่ศัตรูของอิสราเอลที่กำลังดำเนินความพยายามที่จะจำกัดอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักรบ” แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลระบุ

ทั้งนี้ แม้ศาลไอซีเจ หรือศาลโลก ซึ่งตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาตัดสินคดีพิพาทระหว่างสองรัฐขึ้นไป จะถือเป็นศาลสูงสุดของยูเอ็น แต่บางครั้งคำตัดสินก็ถูกเพิกเฉยต่อรัฐคู่พิพาท เช่น ในเดือนมีนาคมปี 2022 ศาลโลกได้มีคำสั่งให้รัสเซียยุติปฏิบัติการทางทหารในประเทศยูเครนทันที แต่คำสั่งดังกล่าวก็ไม่เป็นผล

ขณะที่นับจากฮามาสบุกเข้าไปโจมตีในดินแดนอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สังหารผู้คนไปราว 1,200 คน และจับตัวประกันที่เป็นชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติเข้าไปในฉนวนกาซาราว 240 คน กองทัพอิสราเอลก็ได้เปิดฉากสงครามกวาดล้างฮามาสในฉนวนกาซาตอบโต้ทันที เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 21,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง