หน้าแรก ต่างประเทศ มาแรงเกินต้าน...

มาแรงเกินต้าน! BYD ทำยอดขายรถไฟฟ้าแซงหน้าเทสลา ช่วงไตรมาส 4 ปี 2023

3.01.24 | 15:30 น.
FILE PHOTO AFP

มาแรงเกินต้าน! BYD ทำยอดขายรถไฟฟ้าแซงหน้าเทสลา ช่วงไตรมาส 4 ปี 2023

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า BYD (บีวายดี) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 สูงกว่าเทสลา บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของนายอีลอน มัสก์ ขณะที่ทั้งสองค่ายรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ดังกล่าวกำลังขับเคี่ยวแย่งชิงความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

BYD เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมาว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 อยู่ที่ 526,000 คัน ขณะที่เทสลาเปิดเผยในวันต่อมาว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 484,500 คัน ถือเป็นครั้งแรกที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าต่อไตรมาสของ BYD แซงหน้าเทสลา หลังจากที่เทสลาเจอกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงเนื่องมาจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี เทสลายังคงมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมทั้งปีสูงกว่า BYD โดยมียอดขายรถยนต์ตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน ขณะที่ BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่อยู่ที่เกือบ 1.6 ล้านคัน และมียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งรวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ ในปี 2023 มากกว่า 3 ล้านคัน

ถึงกระนั้นก็ตาม ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าช่วงปลายปี 2023 ของเทสลากลับดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ โดยมียอดขายสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2022 ถึง 20% และเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปี 2023 รวมถึงเทสลามีการประกาศปรับลดราคารถยนต์ของตัวเองหลายครั้งเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ยังคงพลาดเป้าที่มัสก์กล่าวเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วว่าเทสลาอาจทำยอดขายรถยนต์ได้ 2 ล้านคันในปี 2023

Advertisement

ซูซานน่า สตรีทเตอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินและการตลาดของฮาร์กรีฟส์ แลนส์ดาวน์ บริษัทให้บริการด้านการเงินของประเทศอังกฤษ กล่าวว่าการที่ยอดขายรถยนต์ของ BYD เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถือเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่ชี้ให้เห็นถึงความเข้มข้นในการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และความยากที่เทสลาจะแซงกลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

นักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุที่ BYD มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานธุรกิจที่เริ่มมาจากการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า และการที่ BYD ผลิตแบตเตอรี่เองทำให้บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้จำนวนมาก ขณะที่บรรดาคู่แข่งของ BYD ต้องซื้อแบตเตอรี่จากบริษัทอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ BYD สามารถปรับลดราคารถยนต์ของตัวเองลงอย่างมากในช่วงปลายปี 2023 ทำให้ยอดขายรถยนต์ของ BYD เพิ่มขึ้น 70% ในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว