โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: อิสราเอลเด็ดหัวรองผู้นำฮามาส สุ่มไฟแค้น สงครามส่อลามทุ่ง

8.01.24 | 06:53 น.
FILE PHOTO AP

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: อิสราเอลเด็ดหัวรองผู้นำฮามาส สุ่มไฟแค้น สงครามส่อลามทุ่ง

หลังจากที่โลกได้นับถอยหลังเข้าสู่ปี 2024 ด้วยความตื่นเต้นและความหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ ในโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นในปีนี้ แต่ดูเหมือนว่าสมรภูมิการสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสในฉนวนกาซาจะยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนของอิสราเอลได้โจมตีใส่สำนักงานของฮามาสในบริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศเลบานอน เมื่อคืนวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้นายซาเลห์ อัล อารูรี รองผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสและหนึ่งในผู้ก่อตั้งกองกำลังกัสซามของฮามาส เสียชีวิต ทำให้เกิดคำถามว่าผลของการลอบสังหารสมาชิกอาวุโสของฮามาสผู้นี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้แก่อิสราเอล หรือจะทำให้สงครามนี้เลวร้ายลงไปกว่าเดิมกันแน่

แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปในเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน แถมอิสราเอลก็ยังไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายอารูรี แต่ตามปกติแล้วยุทธการลอบสังหารในลักษณะนี้มักสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ที่ลงมือก่อเหตุได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น อิสราเอลอ้างว่านายอารูรีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีของฮามาสใส่อิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล และถือเป็นคนสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและอิหร่าน การเสียชีวิตของอารูรีจึงอาจเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่สามารถทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาสลุกลามบานปลายไปในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ หลังจากที่นายฮัสซัส นัสรุลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่เฉยได้หลังการเสียชีวิตของอารูรี และจะสู้จนถึงที่สุดหากอิสราเอลเลือกที่จะเปิดศึกทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับเลบานอน รวมถึงเคยกล่าวเตือนก่อนหน้าสงครามอิสราเอล-ฮามาสจะปะทุขึ้นว่า จะมีการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการโจมตีใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนของเลบานอน ขณะที่นายมาร์ค เรเกฟ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวถึงการสังหารนายอารูรีในกรุงเบรุตว่าเป็นการโจมตีแบบพุ่งเป้าไปที่ผู้นำระดับสูงของฮามาส และไม่ได้เป็นการโจมตีใส่ฮิซบอลเลาะห์และประเทศเลบานอนแต่อย่างใด

แหล่งข่าวในประเทศอิหร่าน 3 คนได้ให้ข้อมูลว่า การเสียชีวิตของอารูรีได้ทำให้บรรดาผู้นำของอิหร่านกังวลว่า อิสราเอลอาจกำลังทำให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายโดยการลากอิหร่านเข้าสู่สงคราม โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มกราคม ได้เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนในระหว่างการจัดพิธีรำลึกครบรอบ 4 ปีของการเสียชีวิตของนายคาเซม โซไลมานี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน ที่ถูกโดรนของสหรัฐลอบสังหารที่สนามบินในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อปี 2020 เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 84 ราย บาดเจ็บ 284 ราย โดยอิหร่านได้กล่าวหาว่าอิสราเอลและสหรัฐอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่าทั้งสองประเทศจะปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าแล้วก็ตาม โดยล่าสุดกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ออกมายืนยันว่าเป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่ม

นอกจากความเสี่ยงที่จะทำให้สงครามลุกลามบานปลายเกินไปกว่าในฉนวนกาซาแล้ว นักวิเคราะห์มองว่าการเสียชีวิตของผู้นำระดับสูงอาจทำให้ฮามาสมีท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นกับอิสราเอล เพื่อต้องการทำให้ดูเหมือนว่าการเสียชีวิตของอารูรีไม่ได้สร้างความกดดันให้กับฮามาสหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการลอบสังหารอีก ฮาเรล โชเรฟ ผู้เชี่ยวชาญกิจการปาเลสไตน์ของ Moshe Dayan Center ของมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจว่าการเสียชีวิตของอารูรีอาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มฮามาสเพียงระยะสั้นเท่านั้นและไม่มีผลต่อความอยู่รอดของกลุ่ม เพราะโครงสร้างของกลุ่มฮามาสมีการกระจายอำนาจโดยมีผู้นำระดับสูงอยู่ทั้งในฉนวนกาซาและในตะวันออกกลาง

Advertisement
พิธีศพนายซาเลห์ อัล อารูรี รองผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาสที่ถูกสังหารโดยโดรนของอิสราเอล ถูกจัดขึ้นที่กรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 4 มกราคม (เอเอฟพี)

แต่สิ่งที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดหลังจากนี้คือการเจรจาหยุดยิงและปล่อยตัวประกันที่อาจเจอกับความยากลำบากมากขึ้น เพราะอารูรีเป็นหนึ่งในคณะผู้เจรจาของฮามาสที่เข้าร่วมการพูดคุยกับอิสราเอลที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันอิสราเอลในอนาคต แหล่งข่าวคนหนึ่งเปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกับผู้เจรจาของกาตาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการหยุดยิงและเรื่องตัวประกัน บ่งชี้ว่าการลอบสังหารนายอารูรีอาจเกิดขึ้นขณะที่ขั้นตอนเตรียมการเจรจาอยู่ในขั้นสุดท้าย และถึงแม้ว่าการลอบสังหารอารูรีซึ่งเป็นผู้นำอาวุโสทางการเมืองของฮามาสคนแรกที่ถูกลอบสังหารนอกดินแดนปาเลสไตน์นับตั้งแต่ที่สงครามอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้น จะถือเป็นความสำเร็จที่แสดงให้เห็นว่าระบบข่าวกรองและความมั่นคงของอิสราเอลทำงานได้ผล หลังจากที่ชาวอิสราเอลหลายคนหมดศรัทธากับกองกำลังฝ่ายความมั่นคงของประเทศ จากเหตุบุกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมจนมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลกว่า 1,200 คน แต่เหตุการณ์ลอบสังหารในเลบานอนอาจทำให้ผู้นำฮามาสคนอื่นๆ ในต่างประเทศระมัดระวังตัวมากขึ้น และหลบซ่อนตัวจนอาจกระทบการเจรจาพูดคุยระหว่างฮามาสและอิสราเอลในอนาคตได้เช่นกัน

ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคาดเดาได้ยาก แต่ก็ยังพอมีสัญญาณที่ดีอยู่บ้างเพราะสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานเมื่อวันที่ 4 มกราคมว่าทั้งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ที่ชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต้องการที่จะหลีกเลี่ยงโอกาสที่สงครามจะลุกลามบานปลายออกไปนอกฉนวนกาซา โดยนายแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวตอบคำถามนักข่าวที่ถามว่าอิสราเอลจะรับมือกับโอกาสที่จะมีการตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์อย่างไรว่า อิสราเอลพุ่งความสนใจไปที่ฮามาสเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐคนหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตนกล่าวว่าฮิซบอลเลาะห์และอิสราเอลไม่ต้องการที่จะเปิดศึกทำสงครามใส่กัน ทั้งนี้ นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะออกเดินทางเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางรวมถึงอิสราเอลในวันที่ 5 มกราคม และนายอามอส ฮอชชไตน์ นักการทูตสหรัฐจะเดินทางเยือนอิสราเอลเช่นกันเพื่อหวังที่จะคลายความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์

การสู้รบที่ยาวนานและความสูญเสียอันใหญ่หลวงในสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ได้คร่าชีวิตผู้คนในฉนวนกาซาไปแล้วกว่า 22,000 คน คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสงครามครั้งนี้ไม่ควรลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ คงจะดีหากทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือดไปมากกว่านี้ และเพื่อให้สันติสุขกลับคืนมาบนโลกอีกครั้ง