เผย สงครามกาซาดันยอดเจ็บ-ตายพลเรือนจากระเบิด พุ่งสูงรอบกว่า 10 ปี
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า Action on Armed Violence (AOAV) องค์กรการกุศลในประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยรายงานการสืบค้นใหม่ซึ่งระบุว่า ตัวเลขพลเรือนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากวัตถุระเบิดในปี 2023 ได้พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกมาในปี 2010 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการทำสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสในฉนวนกาซา ขณะที่การสู้รบในประเทศยูเครน ซูดาน เมียนมา และโซมาเลียก็มีส่วนทำให้ตัวเลขบาดเจ็บและเสียชีวิตของพลเรือนพุ่งสูงเช่นกัน
AOAV ได้บันทึกเหตุการณ์การใช้วัตถุระเบิดในปี 2023 ทั่วโลกอย่างน้อย 7,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ซึ่งอยู่ที่ 4,322 ครั้ง โดยการโจมตีด้วยวัตถุระเบิดส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 15,305 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ถึง 122% รวมถึงมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีกหลายหมื่นคน
องค์กรการกุศลดังกล่าวระบุด้วยว่า การทำสงครามในฉนวนกาซาของอิสราเอลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนของพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากวัตถุระเบิดพุ่งสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของตัวเลขทั้งหมด AOAV เปิดเผยว่า มีการใช้วัตถุระเบิดในฉนวนกาซาแล้ว 920 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9,334 ราย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังคงถือว่าต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์
นอกจากนั้นแล้ว จำนวนการใช้อาวุธที่ยิงจากอากาศทั่วโลกในปี 2023 ได้เพิ่มขึ้น 226% เมื่อเทียบกับปี 2022 โดยมีการใช้อาวุธดังกล่าว 1,694 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ที่มี 519 ครั้ง อีกทั้งพบการใช้อาวุธที่ยิงจากภาคพื้นดินเพิ่มขึ้นในปี 2023 อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากวัตถุระเบิด 77% เป็นผลมาจากการโจมตีของผู้เล่นที่เป็นรัฐ AOAV เผยว่า อิสราเอลเป็นผู้เล่นที่เป็นรัฐที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากที่สุดในปี 2023 หลังการโจมตีกว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 12,950 ราย ตามมาเป็นอันดับที่ 2 คือรัสเซียจากการทำสงครามกับยูเครน ซึ่งมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต 8,351 ราย
ถึงแม้ผู้เล่นที่ไม่ใช่รัฐ อาทิ กองกำลังต่างๆ จะอยู่เบื้องหลังการใช้ระเบิดเพิ่มขึ้นในปีที่แล้วเช่นกัน แต่ AOAV พบว่าพลเรือนที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของผู้เล่นที่ไม่ใช่รัฐลดลง 8% ในปีที่แล้ว
และถึงแม้อิสราเอลจะเน้นย้ำว่าพวกเขาได้ดำเนินขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน อาทิ ออกคำเตือนล่วงหน้าก่อนการโจมตีทางอากาศ แต่รายงานการวิจัยของ AOAV ชี้ให้เห็นว่าเมื่อมีการใช้วัตถุระเบิดในบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อาจเป็นพลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
นายเอียน โอเวอร์ตัน ผู้อำนวยการ AOAV กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวควรเป็นคำเตือนที่ชัดเจนแก่ประเทศต่างๆ ว่าการใช้วัตถุระเบิดในพื้นที่ชุมชนผลกระทบอย่างไม่สมสัดส่วนกับพลเรือน

