หน้าแรก ต่างประเทศ ชี้ ‘เลือกตั้...

ชี้ ‘เลือกตั้งสหรัฐ’ ทำโลกเสี่ยงสูงสุดปีนี้ ไม่ว่า ‘ไบเดน’ หรือ ‘ทรัมป์’ ชนะ

10.01.24 | 16:42 น.

ชี้ ‘เลือกตั้งสหรัฐ’ ทำโลกเสี่ยงสูงสุดปีนี้ ไม่ว่า ‘ไบเดน’ หรือ ‘ทรัมป์’ ชนะ

ยูเรเซียกรุ๊ป ที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมือง ได้ออกรายงานประจำปีที่ระบุว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคือความเสี่ยงทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดสำหรับโลกในปี 2567 นี้ ไม่ว่าผู้ชนะจะเป็นโจ ไบเดน หรือโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ตาม

ยูเรเซียระบุว่า การเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน จะเป็นบททดสอบสำหรับประชาธิปไตยของสหรัฐในระดับที่ประเทศนี้ไม่เคยพบเจอในรอบ 150 ปี ซึ่งเป็นการอ้างถึงสงครามกลางเมืองของสหรัฐที่เกิดขึ้นในอดีต

รายงานของยูเรเซียระบุว่า สหรัฐเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีความแตกแยกและผิดปกติในระบอบประชาธิปไตยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอยู่แล้ว การเลือกตั้งในปีนี้จะทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น ไม่ว่าใครจะชนะก็ตาม

“ผลการลงคะแนนเสียงในขณะนี้แต่ละฝ่ายต่างมาโอกาสเท่าๆ กัน สิ่งเดียวที่แน่นอนคือความเสียหายที่ยังคงดำรงอยู่ต่อไป ทั้งต่อโครงสร้างทางสังคม สถาบันทางการเมือง และจุดยืนระหว่างประเทศของสหรัฐ” ยูเรเซียระบุ

Advertisement

หากทรัมป์ ซึ่งขณะนี้เป็นผู้นำในฝั่งพรรครีพับลิกัน พ่ายแพ้ต่อไบเดนอีกครั้ง ทรัมป์ก็น่าจะกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้งครั้งใหญ่อีกรอบ และยุยงให้เกิดการข่มขู่คุกคามเป็นวงกว้างต่อเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐวาระที่ 2 ของไบเดน ก็อาจเผชิญกับวิกฤตการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากทรัมป์ต้องเข้าคุกภายใต้หนึ่งในข้อหามากมายที่เขากำลังเผชิญอยู่ แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงครั้งใหญ่จะไม่น่าเป็นไปได้ก็ตามที

ไบเดนพยายามที่จะสร้างภาพว่า การแข่งขันของเขาเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาประชาธิปไตยซึ่งเป็นด้านตรงข้ามกับทรัมป์ ซึ่งสนับสนุนให้มีการบุกอาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม 2021

อย่างไรก็ดี หากไบเดนพ่ายแพ้ พรรคเดโมแครตก็ยังคงมองว่าทรัมป์เป็นบุคคลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บางคนอาจปฏิเสธที่จะรับรองชัยชนะของทรัมป์ โดยอ้างถึงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ห้ามใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการก่อจราจลรับตำแหน่ง

ขณะที่การดำรงตำแหน่งในวาระ 2 ของทรัมป์ ก็อาจทำให้เขาติดอาวุธให้กับรัฐบาลเพื่อไล่ล่าคู่แข่งและบดขยี้ผู้เห็นต่าง

ยูเรเซียกรุ๊ปจัดให้ความรุนแรงในตะวันออกกลางเป็นความเสี่ยงของโลกอันดับที่ 2 โดยสงครามอิสราเอล-ฮามาส มีแนวโน้มที่จะเป็นเพียงระยะแรกของความขัดแย้งที่จะขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้

สำหรับสิ่งที่ถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองอันดับ 2 คือกรณียูเครน โดยคาดการณ์ว่า ในปีนี้ยูเครนจะยังคงพยายามดิ้นรนเพื่อยึดคืนพื้นที่ที่ถูกยึดครองโดยรัสเซียต่อไป แต่ยูเครนจะเผชิญกับปัญหาใหญ่อีกครั้งหากทรัมป์ได้รับเลือก เพราะทรัมป์คัดค้านการส่งเงินช่วยเหลือล้านพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับยูเครน