ปาปัวฯประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองหลวง 14 วัน หลังจลาจลหนัก ดับ 15
สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 14 วัน ในกรุงพอร์ตมอร์สบี เมืองหลวงของปาปัวนิวกินี หลังเกิดเหตุจลาจล ปล้นสะดม และเผาร้านค้าต่างๆ ขึ้น
ข่าวระบุว่า เหตุรุนแรงในกรุงพอร์ตมอร์สบี ได้เริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 10 มกราคม หลังจากมีกลุ่มทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้คุมเรือนจำ ออกมาประท้วงเรื่องการถูกหักเงินค่าจ้างโดยไม่รู้สาเหตุ และหลังเกิดเหตุวุ่นวายได้ไม่กี่ชั่วโมง สถานการณ์ก็ลุกลามไปยังเมืองเล ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือกรุงพอร์ตมอร์สบี ราว 300 กิโลเมตร
ข่าวแจ้งว่า การหยุดงานประท้วงของตำรวจทำให้เกิดเหตุจลาจลขึ้นในกรุงพอร์ตมอร์สบี โดยภาพจาก เอเอฟพีทีวี แสดงให้เห็นผู้คนที่กำลังพากันขโมยข้าวของออกจากร้านค้าต่างๆ ในกรุงพอร์ตมอร์สบี โดยมีการทุบกระจกบุกเข้าไปเพื่อขโมยสิ่งของต่างๆ



นายเจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 14 วัน ภายในกรุงพอร์ตมอร์สบี และมีกำลังทหารกว่า 1,000 นาย เตรียมพร้อมสำหรับการควบคุมสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อีก
ขณะที่เดวิด แมนนิง ผู้บัญชาการตำรวจ เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน ในเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นที่กรุงพอร์ตมอร์สบี และเมืองเล
เอเอฟพีรายงานว่า จากตัวเลขที่ได้มาพบว่า มีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงพอร์ตมอร์สบี เนื่องจากถูกยิง ถึง 25 คน และอีก 6 คน บาดเจ็บจากการถูกมีด
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม สถานการณ์ตอนนี้เริ่มกลับสู่สภาวะปกติแล้ว โดยมีทหารออกมาลาดตระเวนตรวจตราอยู่ตามท้องถนนในเมืองหลวง ขณะที่ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตปกติ ขณะที่คาดว่า วันเดียวกันนี้ บรรดาห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต จะกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติ

