เริ่มแล้ว! ไต้หวันเปิดคูหาเลือกตั้ง ปชช.แห่ใช้สิทธิคึกคัก ตัดสินทิศทางสัมพันธ์จีน
สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภานิติบัญญัติไต้หวันได้เริ่มขึ้นแล้วในวันที่ 13 มกราคม โดยคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปใช้สิทธิหลายล้านคน ท่ามกลางความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันจนอาจมองได้ว่าเป็นการเลือกระหว่าง “สันติภาพและสงคราม”
คูหาเลือกตั้งเกือบ 18,000 แห่งทั่วไต้หวันได้เปิดในเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 19.5 ล้านคนมาใช้สิทธิก่อนที่จะปิดคูหาในเวลา 16.00 น. ตามเวลาไต้หวัน และจะมีการนับคะแนนโหวตด้วยมือ โดยคาดว่าจะทราบผลผู้ชนะการเลือกตั้งในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนและสหรัฐ ขณะที่ทั้งสองประเทศมหาอำนาจโลกกำลังแย่งชิงความมีอิทธิพลต่อไต้หวัน
นายไล่ ชิงเต๋อ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กล่าวเชิญชวนให้ผู้คนออกมาใช้สิทธิ และหากเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีไต้หวันต่อจากนางไช่ อิงเหวิน ที่ไม่สามารถลงเลือกตั้งได้เนื่องจากดำรงตำแหน่งมาครบวาระ 2 สมัย เขาจะยังคงเดินหน้าในหนทางแห่งประชาธิปไตยและสันติภาพของไต้หวันต่อไป อย่างไรก็ตาม จีนได้ออกมาโจมตีนายไล่หลายครั้งก่อนหน้าการเลือกตั้งว่า เขาเป็นพวกแบ่งแยกดินแดนที่น่าอันตราย เนื่องจากพรรคดีพีพีสนับสนุนให้ไต้หวันแยกตัวออกจากจีนและปฏิเสธว่าไต้หวันไม่ได้เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน

คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 2 คนคือนายโหว โหย่วอี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) ที่สนับสนุนให้ไต้หวันมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นพร้อมกับกล่าวหาว่านายไล่สนับสนุนให้ไต้หวันประกาศเอกราชจากจีนอย่างเป็นทางการ และนายเค่อ เหวินเจ๋อ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนไต้หวัน (ทีพีพี) ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องรายได้และปากท้องของประชาชน
ชาวไต้หวันหลายคนได้เริ่มออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว อาทิ นายหม่า อิงจิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน ประธานาธิบดีไช่ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง รวมถึงผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีทั้ง 3 ราย บรรยากาศในสถานีรถไฟความเร็วสูงในเมืองเกาสง ทางตอนใต้ของไต้หวันก็เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางกลับบ้านเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เหลียว เจิ้งเหวิน เจ้าหน้าที่ด้านการเงินคนหนึ่ง วัย 44 ปี ที่เดินทางมาใช้สิทธิกล่าวให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คาดเดาผลได้ยากมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ และผู้นำไต้หวันคนต่อไปควรที่จะหาทางอยู่ร่วมกับจีนอย่างสันติและชาวไต้หวันหลายคนคิดว่าไต้หวันควรที่จะรักษาสถานะที่เป็นอยู่กับจีนต่อไป

การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติของไต้หวันก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีพรรคใดสามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาได้ ซึ่งจะทำให้ประธานาธิบดีคนต่อไปเจอปัญหาในการผ่านร่างกฎหมายหรือร่างงบประมาณ
ทั่วโลกยังจับตาไปที่จีนเช่นกันว่า จีนจะมีท่าทีอย่างไรภายหลังการเลือกตั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกล่าวในถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ว่า การผนวกรวมไต้หวันเข้ากับจีนเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของจีนได้ระบุก่อนหน้าการเลือกตั้งไต้หวันว่าจะใช้มาตรการทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อทำลายความพยายามที่จะนำไต้หวันแยกตัวออกจากจีน
ด้านกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ระบุเมื่อช่วงเช้าของวันเลือกตั้ง ว่าพบบอลลูนของจีน 2 ลูกลอยข้ามช่องแคบไต้หวันในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมี 1 ลูกได้บินข้ามเกาะไต้หวัน ทางกระทรวงกลาโหมไต้หวันได้ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการทำสงครามจิตวิทยาและคุกคามความปลอดภัยทางการบิน เนื่องจากพบบอลลูนจีนหลายลูกในช่องแคบไต้หวันตลอดเดือนที่ผ่านมา



