หน้าแรก ต่างประเทศ เดือดต่อ! สหร...

เดือดต่อ! สหรัฐบึ้มศูนย์เรดาร์ของฮูตีในเยเมน หลังลั่นไม่หยุดโจมตีเรือในทะเลแดง

13.01.24 | 13:08 น.
US Central Command via X/Handout via REUTERS

เดือดต่อ! สหรัฐบึ้มศูนย์เรดาร์ของฮูตีในเยเมน หลังลั่นไม่หยุดโจมตีเรือในทะเลแดง

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า สืบเนื่องจากการที่สหรัฐและอังกฤษได้เปิดฉากโจมตีพื้นที่ต่างๆ ในประเทศเยเมนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏฮูตีเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด สหรัฐได้ทำการโจมตีใส่ศูนย์เรดาร์ของกลุ่มฮูตีในเยเมนในวันที่ 13 มกราคม ตามรายงานของหน่วยบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ หลังจากที่กลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กล่าวเตือนว่าจะโจมตีใส่เรือในทะเลแดงเพิ่มขึ้น

สื่อของกลุ่มฮูตีเปิดเผยก่อนหน้านั้นว่า ฐานทัพอากาศอัล-ดัยลามีในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ได้ถูกโจมตี ด้านหน่วยบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐระบุว่าเรือพิฆาต ยูเอสเอสคาร์นีย์ ได้ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ทำการโจมตีดังกล่าวเพื่อลดระดับความสามารถของฮูตีในการโจมตีเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือบรรทุกสินค้า หลังจากที่ฮูตีได้โจมตีเรือในทะเลแดงมานานหลายสัปดาห์เพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาสและประท้วงการทำสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา

อังกฤษ สหรัฐ และพันธมิตรอีก 8 ประเทศ ได้ปกป้องการเปิดฉากโจมตีของอังกฤษและสหรัฐใส่เป้าหมาย 28 แห่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮูตีในเยเมนเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย บาดเจ็บ 6 รายตามข้อมูลของฮูตี ว่าเป็นความพยายามเพื่อลดความตึงเครียด ขณะที่นางลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐและอังกฤษเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

อย่างไรก็ดี กลุ่มฮูตีก็ได้ออกมาประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีดังกล่าวแล้ว โดยได้เตือนว่าผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐและอังกฤษได้กลายเป็นเป้าหมายอันชอบธรรมของฮูตี และทั้งสองประเทศต้องเตรียมที่จะ “ชดใช้ค่าเสียหายราคาแพง” รวมถึงให้คำมั่นว่าจะยังคงทำการโจมตีใส่เรือในทะเลแดงต่อไป

Advertisement

ด้านนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอย่าทำให้สถานการณ์บานปลายเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ตามรายงานของนายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกเลขาธิการยูเอ็น

ผลกระทบจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีใส่เรือในทะเลแดงส่งผลให้บริษัทรถยนต์เทสลาและวอลโวระงับการผลิตรถยนต์บางส่วนในยุโรป เนื่องจากชิ้นส่วนรถยนต์ขาดแคลน โดยเทสลาจะระงับการผลิตรถส่วนใหญ่ในโรงงานที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-11 กุมภาพันธ์ ขณะที่วอลโวจะหยุดการผลิตรถยนต์ที่โรงงานในเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม เป็นเวลา 3 วัน เพราะระบบเกียร์รถยนต์ถูกขนส่งมาช้ากว่ากำหนด