ไอเอ็มเอฟชี้ AI ส่อกระทบตำแหน่งงานทั่วโลก 40% แต่อาจช่วยศก.โลกโต

นางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (แฟ้มภาพ เอเอฟพี)

ไอเอ็มเอฟชี้ AI ส่อกระทบตำแหน่งงานทั่วโลก 40% แต่อาจช่วยศก.โลกโต

สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า รายงานชิ้นใหม่ของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มกราคม คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อตำแหน่งงานทั่วโลกแต่ก็อาจมอบโอกาสครั้งใหญ่ที่จะทำให้ผลผลิตของงานเพิ่มขึ้นและเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

นางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟเปิดเผยก่อนที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าเอไอจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในประเทศที่พัฒนาแล้วราว 60% อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเอไออาจส่งผลกระทบน้อยลงในประเทศที่กำลังพัฒนา ทำให้เอไอมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกราว 40% และยิ่งมีตำแหน่งงานทักษะสูงมาก ผลกระทบจากเอไอย่อมมากขึ้นตามมา

ทั้งนี้ ครึ่งหนึ่งของตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบจากเอไอจะเป็นผลกระทบในเชิงลบ ขณะที่เหลืออาจได้ประโยชน์จากการใช้งานเอไอซึ่งจะทำให้ผลผลิตของงานเพิ่มขึ้น “อาชีพที่คุณทำอาจหายไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี หรือไม่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก็อาจช่วยให้การทำงานของคุณดีขึ้น เพิ่มผลผลิตของงานและอาจเพิ่มรายได้ให้กับคุณ” จอร์เจียวากล่าว

Advertisement

รายงานของไอเอ็มเอฟยังคาดการณ์ด้วยว่า ถึงแม้ตลาดแรงงานในตลาดเกิดใหม่และในประเทศที่กำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบในช่วงต้นจากเอไอน้อยลงเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ประเทศที่กำลังพัฒนาก็อาจได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเอไอน้อยลงตามมาเช่นกัน

ไอเอ็มเอฟคาดว่าเอไอจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในประเทศที่มีรายได้น้อยเพียง 26% เท่านั้น โดยนางจอร์เจียวาให้เหตุผลว่า หลายประเทศที่มีรายได้น้อยไม่มีโครงสร้างพื้นฐานหรือแรงงานที่มีทักษะที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากเอไอ เพิ่มความเสี่ยงที่เทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้ความไม่เท่าเทียมกันในหมู่ประเทศเลวร้ายลงเมื่อเวลาผ่านไป

จอร์เจียวาระบุอีกว่า “เราต้องให้ความสำคัญไปที่การช่วยให้ประเทศที่มีรายได้น้อยไล่ตามพัฒนาการดังกล่าวให้ทันเพื่อสามารถคว้าโอกาสที่เทคโนโลยีเอไอจะมอบให้” และยอมรับว่าเทคโนโลยีเอไอมีความน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน จอร์เจียวาให้ความเห็นว่าบรรดาผู้กำหนดนโยบายควรที่จะออกมาดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มความตึงเครียดทางสังคม “มันเป็นความสำคัญยิ่งที่ประเทศต่างๆ จะสร้างโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมอย่างครอบคลุมและให้มีโครงการฝึกสอนทักษะใหม่ให้แก่คนทำงานกลุ่มเปราะบาง เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เอไอมีความครอบคลุม ปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ และสกัดกั้นความไม่เท่าเทียมกัน” จอร์เจียวากล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image