โสมแดง ยุบหน่วยงานดูแลการรวมชาติโสมขาว ผู้นำคิมปัดตกรวม 2 เกาหลี
สำนักข่าวเอเอฟพี เอพี และรอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีเหนือได้ยุบหน่วยงานรัฐบาล 3 แห่งที่ควบคุมดูแลเรื่องความร่วมมือและการรวมชาติระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ขณะที่นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวต่อสมัชชาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือ ว่าการรวมชาติกับเกาหลีใต้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกต่อไป พร้อมกับกล่าวหาว่าเกาหลีใต้ต้องการให้ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือล่มสลายและรวมชาติด้วยการดูดกลืน ตามรายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) เมื่อวันที่ 16 มกราคม
หน่วยงานรัฐทั้ง 3 แห่งที่ถูกเกาหลีเหนือยุบ ได้แก่ คณะกรรมาธิการเพื่อการรวมชาติโดยสันติ สำนักงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งชาติ และหน่วยงานบริหารการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ด้านผู้นำคิมกล่าวว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยอมรับ แนวจำกัดตอนเหนือ (Northern Limit Line) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศโดยพฤตินัย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความรู้แก่ชาวเกาหลีเหนือว่า เกาหลีใต้เป็นศัตรูหลักที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ กำหนดให้ดินแดนของเกาหลีเหนือแยกออกจากเกาหลีใต้ และชาวเกาหลีใต้จะไม่ถูกเรียกว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติอีกต่อไป พร้อมกับให้ความเห็นว่าเกาหลีเหนือไม่ต้องการให้เกิดสงครามแต่ก็ไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงสงครามเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำคิมยังสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออนุญาตให้เกาหลีเหนือยึดครองเกาหลีใต้ และจะผนวกเกาหลีใต้ให้เป็นส่วนหนึ่งของเกาหลีเหนือหากสงครามเกิดขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี อีกทั้งหากเกาหลีใต้รุกล้ำดินแดนของเกาหลีเหนือทั้งทางบก อากาศ และทะเล แม้แต่เพียง 0.001 มิลลิเมตร จะถือเป็นการยั่วยุให้เกิดสงคราม
ผู้นำคิมยังได้เรียกร้องให้มีการตัดการพูดคุยระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ทั้งหมด ทำลายรางรถไฟข้ามพรมแดน 2 ประเทศ และทำลายอนุสาวรีย์เพื่อให้เกียรติความพยายามในการรวมชาติในกรุงเปียงยาง ซึ่งผู้นำคิมกล่าวว่า อุจาดตา ขณะที่สมัชชาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือระบุว่าเกาหลีเหนือและใต้กำลังตกอยู่ในการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง และคงเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง หากเกาหลีเหนือพิจารณาให้เกาหลีใต้เป็นพันธมิตรทางการทูต
ด้านประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ได้บอกกับคณะรัฐมนตรีว่าหากเกาหลีเหนือทำการยั่วยุ เกาหลีใต้จะตอบโต้กลับให้รุนแรงกว่าหลายเท่า
ขณะที่ก่อนหน้านั้น คณะผู้แทนของรัฐบาลเกาหลีเหนือซึ่งนำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศได้เดินทางเยือนกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 มกราคม ท่ามกลางความกังวลจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงทางด้านอาวุธระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย

