ศาลอียูเปิดทาง เหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ขอสถานะผู้ลี้ภัยในยุโรป
ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ออกมายืนยันในวันที่ 16 มกราคมว่า ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวในประเทศต้นทาง มีสิทธิ์ที่จะได้รับสถานผู้ลี้ภัย หรือความคุ้มครองที่คล้ายกันในอียู
คำตัดสินดังกล่าวของศาลได้ให้หลักประกันเกี่ยวกับการคุ้มครองระหว่างประเทศ สำหรับผู้หญิงที่ตกอยู่ภายใต้ความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจในบ้านเกิดของตน เช่นเดียวกับผู้หญิงที่เผชิญกับความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะถูกฆ่า
ต้นเหตุที่ศาลอียูมีคำตัดสินดังกล่าวออกมา สืบเนื่องจากมีคำถามจากศาลในบัลแกเรียเกี่ยวกับคดีของหญิงชาวตุรกีเชื้อสายเคิร์ด โดยหญิงมุสลิมคนดังกล่าวได้ยื่นขอการคุ้มครองระหว่างประเทศในบัลแกเรียระบุว่า เธอหวาดกลัวว่าอาจจะต้องเสียชีวิตหากต้องกลับไปยังตุรกี
หญิงรายนี้บอกด้วยว่า เธอถูกครอบครัวของตัวเองบังคับให้แต่งงาน ขณะที่เธอยังถูกสามีทุบตีและข่มขู่ ทำให้ต้องหย่าร้างกันในเวลาต่อมา
ศาลอียูระบุว่า หญิงรายนี้มีคุณสมบัติที่จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย เมื่อพิจารณาจากเพศสภาพของเธอในแผ่นดินเกิด เพราะพวกเธอต้องเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ รวมถึงความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว
ศาลยังระบุด้วยว่า หากพวกเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย เธอก็ควรจะได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองด้วยการให้เงินอุดหนุนแทน ซึ่งจะเปิดทางให้ผู้ขอสถานะผู้ลี้ภัย ยังอาศัยอยู่ในประเทศที่พวกเธอยื่นเรื่องของสมัครเป็นผู้ลี้ภัยได้ แต่ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ในอียู
คำตัดสินของศาลอียูยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้หญิงมีสิทธิได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมในกรณีที่มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะถูกสังหารหรือถูกกระทำรุนแรงโดยสมาชิกในครอบครัวหรือชุมชนของพวกเธอ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม ศาสนา หรือประเพณี

