หน้าแรก ต่างประเทศ กต.แจงปมวีซ่า...

กต.แจงปมวีซ่าฟรีจีน คนหวั่นซ้ำปัญหาจีนเทา ชี้ต้องแยกวีซ่า-การใช้กฎหมายออกจากกัน

26.01.24 | 13:24 น.

กต.แจงปมวีซ่าฟรีจีน คนหวั่นซ้ำปัญหาจีนเทา ชี้ต้องแยกวีซ่า-การใช้กฎหมายออกจากกัน

เมื่อวันที่ 26 มกราคม เวลา 11.00 น. นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ เกี่ยวกับความกังวลเกี่ยวกับโครงการวีซ่าฟรีให้แก่ชาวจีนจะส่งผลกระทบให้ต่อเรื่องปัญหาจีนเทาหรืออาชญากรรมของชาวจีนในประเทศไทยเลวร้ายลงหรือไม่ รวมถึงการเดินทางเยือนประเทศไทยของนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ

ในเรื่องความกังวลที่การเปิดวีซ่าฟรีให้แก่ชาวจีนจะส่งผลกระทบต่อเรื่องปัญหาจีนเทาหรืออาชญากรรมของชาวจีนในประเทศไทยหรือไม่นั้น นางกาญจนาชี้แจงว่า ไทยและจีนมีความร่วมมือในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว เรื่องวีซ่าและการบังคับใช้กฎหมายต้องแยกออกจากกัน การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องเข้มแข็งเพื่อป้องกันเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนเรื่องวีซ่าก็เป็นอีกประเด็น เราอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศ แต่เมื่อเข้ามานักเดินทางก็จะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็จะมีประวัติการเดินทางและการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยก็ต้องเข้มงวดตามไปด้วย

ส่วนในเรื่องการที่นายหวัง อี้ มีกำหนดพบหารือกับนายซัลลิแวน และบทบาทของไทยต่อการหารือดังกล่าวนั้น นางกาญจนาเปิดเผยว่า ทุกฝ่ายคงได้ทราบข่าวการเดินทางเยือนประเทศไทยของนายซัลลิแวนจากทำเนียบขาวสหรัฐแล้ว ว่ามีกำหนดพบกับนายกรัฐมนตรีของไทย และกำลังหารือกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย อยู่ในขณะนี้ รวมถึงเตรียมที่จะพบกับนายหวัง อี้อีกด้วย ไทยรับรู้ถึงการหารือระหว่างนายซัลลิแวนและหวัง อี้ และยินดีที่ไทยเป็นสถานที่ที่ทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะจัดการหารือ

อย่างไรก็ตาม การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นจากการพูดคุยทวิภาคีของทั้งสองฝ่าย ซึ่งไทยไม่ได้มีบทบาทในการมีส่วนทำให้เกิดการหารือดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ ไทยมั่นใจว่าการพูดคุยของทั้งสองฝ่ายจะส่งผลให้เกิดความสงบ ความมั่นคง และการพัฒนาของประเทศในภูมิภาครวมถึงในเวทีโลกอีกด้วย นอกจากการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย-จีน เรื่องการยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกัน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางกึ่งราชการ ร่วมกับนายปานปรีย์แล้ว นายหวัง อี้ เตรียมที่จะลงนามการเปิดสถานกงสุลจีนในจังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่นเช่นกัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงเรื่องผลตอบรับของการหารือระหว่าง นายฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้เสนอการยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่าเชงเกน ของสหภาพยุโรป (อียู) และแนวโน้มความเป็นไปได้ นางกาญจนาเปิดเผยว่า ตามปกติไทยจะมีการยกเว้นให้แก่หลายๆ ประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของไทยอยู่แล้ว หรือที่เรียกว่า ผ.30 ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาพำนักในประเทศไทยได้เป็นระยะเวลา 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเจรจาให้มีการตอบแทนกันก็คงยากเพราะเราให้เขาไปแล้ว

นางกาญจนากล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม มันมีการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนระหว่างชาวไทยและชาวยุโรป ที่เดินทางมาพำนักในไทยนานกว่า 30 วัน การยกเว้นวีซ่าก็จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองฝ่าย ก็จะเป็นประเด็นที่ไทยจะใช้โน้มน้าวกับฝ่ายยุโรป แต่การตอบรับจะไม่รวดเร็วเพราะจะมีกระบวนการภายในของอียู ซึ่งทราบมาว่าอียูกำลังมีการปรับกระบวนการภายในอยู่ ก็จะต้องรอรอบการปรับ ทำให้ไม่สามารถอนุมัติการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางให้เราในทันที