คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ยังเหลือใครบ้าง? ในสนามเลือกตั้งปธน.มะกัน
ยกธงขาวไปอีกหนึ่ง สำหรับ “รอน เดอซานติส” ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่บางคนยังเรียกเขาว่า “ทรัมป์ 2.0” ที่ได้ประกาศถอนตัวออกจากสังเวียนการชิงเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทำให้ขณะนี้การชิงตั๋วภายในพรรครีพับลิกัน เหลือแค่เพียง “โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ วัย 77 ที่ยังมีคดีฟ้องร้องทางอาญาติดตัวอยู่ 4 คดี ที่ส่งผลให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐที่ถูกฟ้องร้องในคดีอาญา ซึ่งเขาจะต้องต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรมคู่ขนานไปกับการสู้ศึกเลือกตั้งด้วย

กับ “นิกกี้ เฮลีย์” วัย 52 อดีตผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา และอดีตเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติในสมัยรัฐบาลทรัมป์ ที่รอลุ้นผลการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 มกราคม ว่าเธอจะคว้าชัยมาไว้ในมือได้หรือไม่ หลังจากที่พ่ายขาดให้ทรัมป์ไปในนัดแรกที่รัฐไอโอวา โดยทรัมป์ได้เสียงโหวตไปกว่า 51% ส่วนเฮลีย์ได้ 19% ยังตามหลังเดอซานติส ที่ได้ไป 20%
ในการหาเสียง เฮลีย์ ยกความได้เปรียบของเธอเรื่องวัย เมื่อเทียบกับ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” แห่งพรรคเดโมแครต ที่ขณะนี้มีอายุ 81 ปีแล้ว หรือแม้แต่ทรัมป์ ที่อายุก็เข้าใกล้เลข 8 เฮลีย์ยังเน้นปูมหลังการสู้ชีวิตของเธอที่เป็นลูกสาวของผู้อพยพชาวอินเดีย ชูประเด็นการจัดการปัญหาเรื่องเพศและเชื้อชาติได้ดีกว่าคู่แข่งคนอื่นๆ และยังประกาศตัวเป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของอเมริกันชน

ฟากพรรคเดโมแครต แน่นอนว่ามี ไบเดน ที่สร้างสถิติเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่มีอายุมากที่สุดไปแล้ว ยังคงยืนหนึ่งในสังเวียนของพรรคเดโมแครต ซึ่งไบเดนจะต้องทำให้อเมริกันชนมั่นใจว่าเขาเป็นผู้นำที่เหนือชั้นกว่าทรัมป์และจะเป็นผู้นำบริหารประเทศที่แข็งแกร่งในการทำงานต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า โดยมีคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี เป็นคู่หูไบเดน ที่จะป้องกันแชมป์ในศึกทำเนียบขาวอีกสมัย
โดยโพลสำรวจของรอยเตอร์ส/อิปซอส ล่าสุดชี้ว่า ไบเดนมีความนิยม 35% อยู่ในระดับเดียวกับ ทรัมป์
ยังมีชื่อของ แมรีแอนน์ วิลเลียมสัน นักเขียนวัย 71 ที่เสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง หลังจากเคยลงสมัครในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในปี 2020 มาแล้ว
ดีน ฟิลลิปส์ ส.ส.เดโมแครตจากรัฐมินเนโซตา และเป็นเศรษฐีนักธุรกิจ วัย 55 ปี ประกาศตัวท้าทายไบเดนในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยเขาไม่เชื่อว่าไบเดนจะเอาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัยได้

นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครอิสระที่น่าจับตาอย่าง โรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี จูเนียร์ หนึ่งในสมาชิกตระกูลการเมืองดังแดนมะกัน ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านวัคซีน อายุ 70 ปี ที่ประกาศตัวเป็นผู้สมัครอิสระ ท้าแข่งไบเดน แต่โพลสำรวจชี้ว่าเขามีความนิยมตามหลังห่างจากไบเดน
คอร์เนล เวสต์ นักปรัชญาและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง วัย 70 ที่ตอนแรกประกาศตัวลงแข่งในนามพรรคกรีน แต่เปลี่ยนใจภายหลังมาเป็นผู้สมัครอิสระ โดยกล่าวว่าชาวอเมริกันต้องการนโยบายที่ดีเหนือการเมืองแบบพรรคพวก ซึ่งเวสต์ให้คำมั่นว่าจะขจัดความยากจนและรับประกันเรื่องที่อยู่อาศัย
จิล สไตน์ แพทย์หญิง วัย 73 ที่ประกาศลงสนามแข่งขันเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และโจมตีพรรคเดโมแครตว่า ทรยศต่อคำมั่นสัญญาเพื่อคนทำงาน คนหนุ่มสาวและปัญหาสภาพอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะโจมตีพรรครีพับลิกันว่าไม่แม้แต่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้แต่แรก
ผู้ที่เสนอตัวรับใช้อเมริกันชนข้างต้น ทั้งเป็นตัวเต็ง (เท่าที่มี) และที่ถูกมองว่าเป็นสีสันให้กับสังเวียนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐให้มีความคึกคัก ส่วนใครจะถูกตัดทิ้งไประหว่างทาง จนเหลือผู้ชนะเข้าวิน ติดตามลุ้นกันยาวๆ ไปจนถึงต้นพฤศจิกายนนี้ ก็จะได้รู้กัน

