หน้าแรก ต่างประเทศ ติดน้อยลง! &#...

ติดน้อยลง! ‘นาจิบ ราซัก’ อดีตนายกฯมาเลย์ ได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือคุก 6 ปี คดีทุจริต-ฟอกเงิน

2.02.24 | 15:38 น.
แฟ้มภาพ นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย (รอยเตอรฺ์)

ติดน้อยลง! ‘นาจิบ ราซัก’ อดีตนายกฯมาเลย์ ได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือคุก 6 ปี คดีทุจริต-ฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมการอภัยโทษของมาเลเซียประกาศลดโทษจำคุกให้กับนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ปัจจุบันอายุ 70 ปี ผู้ต้องโทษในคดีทุจริตรับสินบนและฟอกเงินซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตเงินกองทุนเพื่อการพัฒนา 1เอ็มดีบีของมาเลเซีย ให้ลงเหลือกึ่งหนึ่ง จากที่ได้รับการพิพากษาโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี พร้อมการลดโทษปรับเงินลงด้วย

แถลงการณ์ของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการอภัยโทษของมาเลเซียระบุว่า จากการตัดสินใจลดโทษดังกล่าวจะเป็นผลให้อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้นี้ จะได้รับการปล่อยตัวในเดือนสิงหาคมปี 2571 และนายนาจิบยังจะได้รับการลดโทษปรับเงินลงเหลือ 50 ล้านริงกิต จากเดิมที่ศาลสั่งโทษปรับเป็นเงิน 210 ล้านริงกิต

คำประกาศลดโทษให้แก่นายนาจิบ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียระหว่างปี 2552-2561 มีขึ้นหลังจากปรากฏกระแสข่าวออกมาในวันก่อนหน้าว่าคณะกรรมการอภัยโทษที่มีสุลต่านอับดุลลาห์ ริอายาตุดดิน อดีตกษัตริย์มาเลเซีย ทรงเป็นประธานในการพิจารณาลดโทษให้แก่นายนาจิบก่อนที่พระองค์จะทรงลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีในการประกาศลดโทษ คณะกรรมการอภัยโทษไม่ได้ให้เหตุผลของการตัดสินใจลดโทษให้แก่นายนาจิบแต่อย่างใด แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมปี 2565 นายนาจิบได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ไม่นานหลังจากเขาถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดและถูกตัดสินลงโทษจำคุกโดยศาลสูงสุดของมาเลเซีย ที่ทำให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์มาเลเซียที่ถูกจำคุก

Advertisement

นายนาจิบถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อกล่าวหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินกองทุน 1เอ็มดีบีของมาเลเซีย ที่ทีมสอบสวนของมาเลเซียและสหรัฐอเมริกาประเมินว่ามีเงินราว 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกยักยอกไปจากกองทุน 1เอ็มดีบี และกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ถูกโอนเข้าไปในบัญชีธนาคารส่วนบุคคลของนายนาจิบในช่วงปี 2014 และปี 2015

นาจิบถูกศาลสูงสุดตัดสินว่ามีความผิดในเดือนกรกฎาคมปี 2020 ข้อหาละเมิดความไว้วางใจรวม 3 กระทง ข้อหาฟอกเงิน 3 กระทง และข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบ 1 กระทง โดยศาลตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี และสั่งปรับเงิน 210 ล้านริงกิต