เริ่มแล้ว! สหรัฐปูพรมถล่ม 85 เป้าหมายอิหร่านในอิรัก-ซีเรีย ลั่นไม่ทนทัพมะกันโดนบึ้ม
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพสหรัฐได้ทำการโจมตีทางอากาศใส่มากกว่า 85 เป้าหมายที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ของอิหร่าน และกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลังในประเทศซีเรียและอิรัก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อตอบโต้การที่ฐานทัพสหรัฐในประเทศจอร์แดนถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีทหารสหรัฐเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บกว่า 40 นาย อันถือเป็นการเสียชีวิตของทหารสหรัฐครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สงครามอิสราเอล-ฮามาสเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
กองทัพสหรัฐได้ระบุในแถลงการณ์ว่าได้โจมตีใส่เป้าหมายต่างๆ 85 แห่ง อาทิ ศูนย์บัญชาการและควบคุม คลังเก็บจรวด ขีปนาวุธ และโดรน รวมถึงศูนย์ด้านโลจิสติกส์และอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 7 แห่ง โดยแบ่งเป็น 4 แห่งในซีเรีย และ 3 แห่งในอิรัก
การโจมตีครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่หน่วยรบพิเศษคุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานจารกรรมต่างชาติและกองกำลังกึ่งทหารของไออาร์จีซี ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อกองกำลังติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรทั่วตะวันออกกลาง ตั้งแต่เลบานอนและเยเมนไปจนถึงซีเรีย
พล.ท.ดักลาส ซิมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการร่วมของสหรัฐ กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวดูเหมือนว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีกองกำลังใดเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐหรือไม่ แต่บอกอีกว่ากองทัพสหรัฐทำการโจมตีโดยรู้ว่าอาจมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเป้าหมายต่างๆ
การโจมตีดังกล่าว ซึ่งมีการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ที่บินจากสหรัฐ ถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของการตอบโต้แบบลำดับขั้นต่อการโจมตีใส่ฐานทัพสหรัฐ ที่รัฐบาลสหรัฐบอกว่าเป็นฝีมือของกองกำลังที่อิหร่านให้การสนับสนุน และกองทัพสหรัฐจะมีปฏิบัติการตอบโต้เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
สื่อของทางการซีเรียได้รายงานในวันเดียวกันว่า สหรัฐได้ทำการโจมตีใส่สถานที่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายและบริเวณพรมแดนอิรัก-ซีเรีย ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ด้านกองทัพอิรักได้เปิดเผยว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณพรมแดนของอิรักและเตือนว่าอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้กล่าวในถ้อยแถลงว่า การตอบโต้ของเราเริ่มต้นในวันนี้ และจะดำเนินต่อไปในเวลาและสถานที่ที่เราเลือกเอง ขณะที่นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีไบเดนได้สั่งให้มีการดำเนินการเพิ่มเติมแก่กลุ่มไออาร์จีซีและกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่าไม่ต้องการที่จะทำสงครามกับอิหร่าน และเชื่อว่าอิหร่านไม่อยากทำสงครามกับสหรัฐเช่นกัน นายออสตินกล่าวว่า สหรัฐไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในตะวันออกหรือที่ใดในโลก แต่ประธานาธิบดีไบเดนและเขาจะไม่ทนต่อการโจมตีต่อกองทัพสหรัฐ

