ศาลโลก รับพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รัสเซียรุกรานยูเครน บางส่วน
สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ได้ตัดสินว่าจะรับพิจารณาคดีที่ยูเครนยื่นต่อศาลโลกถึงการที่กองทัพรัสเซียได้เข้ารุกรานยูเครนในปี 2022 หลังตัดสินว่าศาลโลกมีอำนาจทางกฎหมายที่จะตัดสินคดีที่ยูเครนได้ขอให้ศาลโลกประกาศว่ายูเครนไม่ได้ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ ตามที่รัสเซียใช้สร้างความชอบธรรมในการเข้ารุกราน แต่ปฏิเสธที่จะตัดสินบางข้อกล่าวหาที่ยูเครนหยิบยกขึ้นต่อศาลโลก
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้สั่งการให้กองทัพเข้ารุกรานยูเครนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 โดยให้เหตุผลว่าประชาชนที่ฝักใฝ่รัสเซียที่อาศัยอยู่ทางตะวันออกของยูเครนตกอยู่ภายใต้การกลั่นแกล้งและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยยูเครน ทำให้ไม่กี่วันต่อมา ยูเครนได้ยื่นฟ้องรัสเซียต่อศาลโลก โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและโต้แย้งว่ารัสเซียใช้ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” เป็นข้ออ้างในการรุกราน ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948
คำตัดสินเบื้องต้นของศาลโลกในเดือนมีนาคม 2022 ได้สั่งให้รัสเซียระงับการรุกรานยูเครนในทันที แต่รัสเซียออกมาปฏิเสธคำตัดสิน และให้เหตุผลว่าศาลโลกไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะตัดสินคดีดังกล่าว
ทั้งนี้ การตัดสินของศาลโลกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ระบุว่าศาลโลกมีอำนาจทางกฎหมายที่จะตัดสินข้อโต้แย้งของยูเครนว่า ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ายูเครนทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ตามที่รัสเซียกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ศาลโลกระบุว่าไม่มีอำนาจที่จะตัดสินว่าการรุกรานของรัสเซียและการที่รัสเซียให้การยอมรับการแยกตัวของ 2 ภูมิภาคของยูเครน ได้แก่ โดเนตสค์และลูฮานสค์ ว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่
ด้านหัวหน้าทนายความของยูเครนได้ประกาศให้คำตัดสินของศาลโลกในครั้งนี้เป็นชัยชนะของยูเครน และยินดีที่การพิจารณาคดีจะดำเนินต่อไป พร้อมกล่าวว่า เป็นความสำคัญที่ศาลโลกจะตัดสินในประเด็นว่ายูเครนไม่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างที่รัสเซียจินตนาการขึ้นมาเองและใช้กล่าวหาว่ายูเครนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในดอนบาสตั้งแต่ปี 2014

