รอบเดียวฉลุย! ปราโบโวประกาศชัย นั่งเก้าอี้ ปธน.อินโดนีเซีย คว้าเสียงหนุน 58%
นายปราโบโว ซูเบียนโต รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นว่า เขาสามรถเอาชนะคู่แข่งได้แบบทิ้งห่าง และกำลังจะกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของประเทศประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
ผลการนับคะแนนอย่างรวดเร็วแบบไม่เป็นทางการของสำนักจัดทำโพลอิสระ 4 สำนักของอินโดนีเซียระบุตรงกันว่า ปราโบโวได้คะแนนเสียงสนับสนุนราว 58% มากกว่านายอานีส บาสเวดาน อดีตผู้ว่ากรุงจาการ์ตา วัย 54 ปี ซึ่งตามมาในลำดับที่ 2 มากกว่า 2 เท่า

ด้านการนับคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียที่ล่าช้ากว่ามาก โดยมีการนับคะแนนไปได้แค่ราว 18% ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันที่สะท้อนถึงความพ่ายแพ้ของคู่แข่งของเขา ส่งผลให้ทหารผ่านศึกวัย 72 ปีผู้นี้กำลังเดินไปบนเส้นทางของชัยชนะแบบเด็ดขาดในการเลือกตั้งเพียงรอบเดียว
ปราโบโวกล่าวกับผู้สนับสนุนของเขาซึ่งมารวมตัวลุ้นผลเลือกตั้งที่สนามกีฬาว่า “นี่คือชัยชนะของชาวอินโดนีเซียทุกคน” ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและปรบมือกึกก้องจากผู้สนับสนุน และว่า “เราจะจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากบุตรชายและบุตรสาวที่ดีที่สุดของอินโดนีเซีย”
แม้เดิมจะมีความหวาดกลัวเกี่ยวกับตัวของนายปราโปโวในช่วงทศวรรษที่ 1990 ในฐานะร้อยโทที่โดดเด่นของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตผู้ล่วงลับ ที่ปกครองอินโดนีเซียในฐานะเผด็จการมายาวนานถึง 3 ทศวรรษ
ปราโบโวได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ที่หันมาสนับสนุนพรรคคู่แข่งแทนที่จะเป็นพรรคต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอินโดนีเซีย (พีดีไอ-พี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและพรรคต้นสังกัดของประธานาธิบดีวิโดโดเองที่มีนายกันจาร์ ปราโนโว อดีตผู้ว่าของจังหวัดชวากลาง วัย 55 ปี ลงชิงตำแหน่ง เนื่องจากมีนายกิบรัน รากาบูมิง รากา นายกเทศมนตรีเมืองซูราการ์ตา บุตรชายคนโตของประธานาธิบดีวิโดโด วัย 36 ปี ลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กัน
ด้านนายอานีสและนายกันจาร์มีคะแนนตามหลังที่ 25% และ 17% ตามลำดับ จากผลการนับคะแนนอย่างรวดเร็วแบบไม่เป็นทางการของ 4 สำนักจัดทำโพลอิสระที่ได้มีการนับคะแนนไปแล้ว 88-98%
ทั้งนี้ ตามกฎหมายของอินโดนีเซีย ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะถูกประกาศชัยชนะทันที หากได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากกว่า 50% และมีบัตรลงคะแนนอย่างน้อย 20% ของจังหวัดครึ่งหนึ่งของประเทศ
นายอานีสกล่าวว่า เขาให้เกียรติและเคารพผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการยืนยันอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 20 มีนาคม และให้คำมั่นว่าจะสานต่อสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการเคลื่อนไหวแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขาย้ำกับผู้สนับสนุนว่า เราจะรอจนกว่าการนับคะแนนทั้งหมดจะเสร็จสิ้น นี่คือความมุ่งมั่นของเราในฐานะนักสู้เพื่อประชาธิปไตย
ก่อนหน้านี้ทีมหาเสียงของนายอานีสและนายกันจาร์กล่าวว่า พวกเขากำลังสอบสวนรายงานเกี่ยวกับการละเมิดในการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งสองระบุว่าเป็นการฉ้อโกงเชิงโครงสร้าง ทำอย่างเป็นระบบ และเป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ แต่ไม่มีการแสดงหลักฐานใดๆ ประกอบคำกล่าวหา
การเลือกตั้งของอินโดนีเซียในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนอกจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้วยังมีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งมีผู้สมัครเกือบ 259,000 คน จาก 18 พรรคการเมือง ลงแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ 20,600 ตำแหน่ง ในหมู่เกาะที่มากถึง 17,000 เกาะ
ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทนทานและแข็งแกร่งของประชาชนชาวอินโดนีเซียต่อกระบวนการประชาธิปไตย
นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐพร้อมจะทำงานร่วมกับใครก็ตามที่ชาวอินโดนีเซียเลือกให้เป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
พรรคแนวร่วมที่ให้การสนับสนุนนายปราโบโวมีคะแนนเสียงรวมประมาณ 42% ตามการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ขณะที่พันธมิตรที่สนับสนุนนายอานีสมีคะแนนอยู่ที่ 27% ซึ่งบ่งชี้ว่ารัฐบาลของนายปราโบโวน่าจะได้รับการสนับสนุนโดยรัฐสภาอย่างเข้มแข็งด้วยเช่นกัน

