‘ทรัมป์’ กระอัก! เจอศาลสั่งปรับหนัก 1.27 หมื่นล้านบ. แถมโดนแบนทำธุรกิจในนิวยอร์ก อีก 3 ปี คดีฉ้อโกง
ผู้พิพากษาศาลนิวยอร์กมีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน จ่ายค่าปรับเป็นเงิน 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,700 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามดำเนินงานบริษัทในรัฐนิวยอร์กด้วยเป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากพบว่าทรัมป์โกหกเกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินของตนเองด้วยการเพิ่มความมั่งคั่งและตกแต่งมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ให้สูงเกินจริง เพื่อทำให้ตนเองได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือเงื่อนไขการทำประกันที่ดีกว่า
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังรอดพ้นจากการถูกศาลสั่งให้ยกเลิกบางกิจการที่จะทำให้เขาเสี่ยงล้มละลายได้ กระนั้นคำสั่งลงโทษดังกล่าวยังถือว่าส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออาณาจักรธุรกิจและสถานะทางการเงินของทรัมป์อยู่ดี
และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา อดีตผู้นำสหรัฐรายนี้จะไม่เผชิญความเสี่ยงจากโทษจำคุก แต่ทรัมป์กล่าวก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำตัดสินว่า การห้ามเขาดำเนินธุรกิจในรัฐนิวยอร์ก เท่ากับเป็นการลงโทษประหารชีวิตทางธุรกิจ นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวหาประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งเขาจากพรรคเดโมแครตว่าเป็นผู้ผลักดันคดีนี้ด้วยการใช้เป็นอาวุธต่อต้านฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่กำลังมีคะแนนเพิ่มขึ้นในโพลต่างๆ และทรัมป์กล่าวว่า เขาจะอุทธรณ์คำสั่งศาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายอาร์เธอร์ เอ็นโกรอน ผู้พิพากษาในคดีนี้กล่าวว่า บทลงโทษนี้มีความชอบธรรมแล้วกับพฤติกรรมของทรัมป์
“พวกเขาขาดความสำนึกผิดและความเสียใจอย่างฝังลึก” ผู้พิพากษาเอ็นโกรอนกล่าวถึงทรัมป์ อีริกและโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายอีก 2 คนของทรัมป์ที่ตกเป็นจำเลยในคดีด้วย ซึ่งถูกผู้พิพากษาสั่งให้จ่ายเงินค่าปรับคนละกว่า 4 ล้านดอลลาร์ (กว่า 143 ล้านบาท)
คำสั่งศาลถือเป็นชัยชนะของ เลติเตีย เจมส์ อัยการรัฐนิวยอร์ก ที่กล่าวหาทรัมป์และครอบครัวว่าประเมินทรัพย์สินสุทธิของเขาเกินจริงถึง 3,600 ล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อหลอกล่อนายธนาคารให้ยอมปล่อยสินเชื่อด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่าแก่ทรัมป์ โดยอัยการเจมส์ยังได้เรียกร้องให้ทรัมป์จ่ายชดเชยเป็นเงิน 370 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นการเยียวยาต่อการที่ทรัมป์สร้างความได้เปรียบมาโดยมิชอบ และร้องขอให้ศาลสั่งห้ามเขาทำธุรกิจในรัฐนิวยอร์กด้วย
คำสั่งศาลนิวยอร์กในคดีนี้มีขึ้นหลังจากมีการพิจารณาไต่สวนคดีมานาน 3 เดือน และเป็นอีกคดีแพ่งที่สั่นคลอนอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของทรัมป์
นอกจากนี้ทรัมป์ยังถูกดำเนินคดีอาญาอีก 4 คดี ในขณะที่เขากำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อที่จะทวงบัลลังก์ทำเนียบขาวกลับมาในการชิงตั๋วเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันไปสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกับนายไบเดนที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

