ตามคาด! มะกันวีโต้ข้อมติหยุดยิงกาซาทันที จีนซัดไฟเขียวอนุญาตสังหาร
สหรัฐอเมริกาในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ได้ใช้สิทธิวีโต้ร่างข้อมติเกี่ยวกับสงครามอิสราเอล-ฮามาสอีกครั้ง ในการประชุมที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในนิวยอร์ก
การยับยั้งข้อมติของสหรัฐถือเป็นการวีโต้ข้อมติในที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิสราเอล-ฮามาส ในเอสซีเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เหตุสู้รบรอบล่าสุดระหว่างอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมปีก่อน โดยเป็นการวีโต้ของสหรัฐ 2 ครั้ง และการวีโต้ของรัสเซียและจีน 1 ครั้ง
ขณะที่อังกฤษซึ่งเป็นอีกชาติหนึ่งที่เป็นสมาชิกถาวรของเอสซี และเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐงดออกเสียง
ข้อเรียกร้องที่นำเสนอโดยแอลจีเรียได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกเอสซี 13 ชาติ โดยขอให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมทันที แต่สหรัฐได้ใช้สิทธิวีโต้ให้ร่างข้อมตินี้ตกไป และเสนอร่างข้อมติใหม่ที่เป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราวที่ผูกกับการปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮามาสจับกุมตัวเอาไว้ ทั้งที่ในอดีตที่ผ่านมา สหรัฐจะหลีกเลี่ยงคำว่า “หยุดยิง” มาตลอด
ลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมก่อนการใช้สิทธิวีโต้ร่างข้อมติของแอลจีเรียว่า การเรียกร้องให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีข้อตกลงที่จะให้ฮามาสปล่อยตัวประกัน จะไม่ทำให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน แต่อาจขยายการสู้รบระหว่างฮามาสและอิสราเอลออกไป
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โทมัส-กรีนฟิลด์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะวีโต้ข้อมติดังกล่าว โดยแสดงความกังวลว่ามันอาจเป็นอันตรายต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐ อียิปต์ อิสราเอล และกาตาร์ ที่เป็นตัวกลางในการยุติสงครามและให้มีการปล่อยตัวประกันที่ถูกฮามาสจับกุมตัวไว้ในฉนวนกาซา
ขณะที่อามาร์ เบนด์จามา เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรแอลจีเรียประจำยูเอ็น กล่าวก่อนเอสซีลงคะแนนว่า การลงคะแนนสนับสนุนร่างข้อมตินี้ถือเป็นการสนับสนุนสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของชาวปาเลสไตน์ ในทางกลับกัน การรับรองความรุนแรงอันโหดร้ายและการลงโทษแบบเหมารวมที่เกิดขึ้นกับพวกเขา
หลังการวีโต้ร่างข้อมติของแอลจีเรีย เบนด์จามากล่าวอีกครั้งว่า การวีโต้ของสหรัฐจะส่งข้อความที่หนักแน่นไปยังชาวปาเลสไตน์ และน่าเสียดายที่เอสซีล้มเหลวอีกครั้ง “ตรวจสอบมโนธรรมของคุณ และประวัติศาสตร์จะตัดสินเอง”
ด้านริยาด มันซูร์ ตัวแทนของปาเลสไตน์ในยูเอ็นกล่าวว่า ยับยั้งของสหรัฐถือเป็นการกระทำที่ไม่ยั้งคิดและอันตรายอย่างยิ่ง
ตามจริงแล้ว ข้อมติของแอลจีเรียที่สหรัฐวีโต้ไม่ได้มีการเชื่อมโยงการหยุดยิงทันทีกับการปล่อยตัวประกัน แต่ก็ได้แยกข้อเรียกร้องออกเป็น 2 ประเด็น คือให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมและการปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยทันทีและปราศจากเงื่อนไข
นายกิลาน เออร์ดาน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวว่า คำว่าการหยุดยิงที่ถูกกล่าวถึงดูราวกับว่ามันเป็นเสมือนยาวิเศษ เป็นวิธีมหัศจรรย์ที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดในภูมิภาคได้
“การหยุดยิงทำให้เกิดสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือความอยู่รอดของฮามาส การหยุดยิงคือการตัดสินโทษประหารสำหรับชาวอิสราเอลและชาวกาซาจำนวนมาก” เออร์ดานกล่าวกับเอสซี
ขณะนี้สหรัฐได้เสนอร่างข้อมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงชั่วคราวในสงครามอิสราเอล-ฮามาส และต่อต้านปฏิบัติการในการรุกภาคพื้นดินครั้งใหญ่ของอิสราเอลในเมืองราฟาห์ โดยระบุว่ามีแผนที่จะให้เวลาเพื่อการหารือ และไม่เร่งรีบที่จะลงคะแนนเสียง ซึ่งข้อความดังกล่าวสะท้อนสิ่งที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐใช้เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่เขาหารือกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
นายจาง จุน เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรจีนประจำยูเอ็น กล่าวในที่ประชุมเอสซีว่า การวีโต้ข้อมติของสหรัฐต่อการหยุดยิงในฉนวนกาซา เท่ากับการให้ไฟเขียวต่อใบอนุญาตในการสังหารอย่างต่อเนื่อง
“จีนรู้สึกความผิดหวังและไม่พอใจอย่างยิ่งกับการใช้สิทธิยับยั้งข้อมติของสหรัฐ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งข้อความที่ไม่ถูกต้อง แต่ยังผลักดันสถานการณ์ในฉนวนกาซาไปสู่อันตรายยิ่งขึ้น เพราะมันไม่ต่างจากการให้ไฟเขียวกับการสังหารหมู่อย่างต่อเนื่อง” นายจางระบุ
นายจางกล่าวด้วยว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นกำลังทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง และเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสงครามในวงกว้างขึ้น มีเพียงการดับไฟในฉนวนกาซาเท่านั้นที่โลกจะช่วยป้องกันไม่ให้ไฟนรกกลืนกินไปทั่วทั้งภูมิภาคได้
ด้านเนทันยาฮูย้ำว่า เขามุ่งมั่นที่จะทำสงครามต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด ไม่มีความกดดันใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้
ทั้งนี้ ข้อมติของเอสซีมีความสำคัญต่างจากข้อมติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งยูเอ็น เพราะชาติสมาชิกมีผลผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามข้อมติของเอสซี

