นายกฯ แดนกังหันลมตัวเต็ง นั่งเก้าอี้เลขาธิการนาโตคนใหม่ หลังหลายประเทศใหญ่หนุนหลัง
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า นายมาร์ค รุตเตอร์ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ ได้กลายเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ต่อจากนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก หลังจากที่ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้ออกมาประกาศหนุนหลังนายรุตเตอร์ให้เป็นเลขาธิการนาโตคนใหม่
นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ กล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาได้ประกาศอย่างชัดเจนแก่พันธมิตรและพันธมิตรนาโตของเรา ให้ทราบว่าเราเชื่อว่ารุตเตอร์จะเป็นเลขาธิการนาโตที่ยอดเยี่ยม”
ขณะที่โฆษกของนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ของอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีรุตเตอร์ของเนเธอร์แลนด์เช่นกัน และอังกฤษต้องการผู้สมัครที่จะสามารถทำให้นาโตแข็งแกร่งและบรรลุวิสัยทัศน์ NATO 2030 ได้ ส่วนโฆษกของรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่านายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์สนับสนุนนายรุตเตอร์เช่นกัน “จากประสบการณ์ของเขาที่มาก ความเชี่ยวชาญในเรื่องนโยบายความมั่นคง และทักษะทางการทูตที่ดีเยี่ยมของเขา ทำให้รุตเตอร์เป็นผู้สมัครที่โดดเด่น” โฆษกรัฐบาลเยอรมนีระบุ
นายสโตลเทนเบิร์กดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโตมานาน 10 ปี และจะลงจากตำแหน่งในเดือนตุลาคมปีนี้ แต่คาดว่าจะมีการประกาศชื่อผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโตคนใหม่ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดนาโตในเดือนกรกฎาคมนี้ที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ
ส่วนนายรุตเตอร์ที่เคยปฏิเสธที่จะลงชิงตำแหน่งเลขาธิการนาโตเมื่อหลายปีก่อน ได้กล่าวกับสื่อของเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าตำแหน่งเลขาธิการนาโตเป็นงานที่น่าสนใจมาก และเขาไม่ปิดโอกาสนั้น โดยนายรุตเตอร์เองกำลังจะลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ หลังนายเคียร์ต วิลเดอร์ส นักการเมืองฝ่ายขวาจัดได้ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของเนเธอร์แลนด์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
นอกจากรุตเตอร์ที่เป็นตัวเต็งที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโตคนใหม่แล้ว ผู้สมัครชิงตำแหน่งดังกล่าวคนอื่นๆ ยังรวมถึงนายกรัฐมนตรีคายา คัลลาส ของเอสโตเนีย และคริสจานิส คารินส์ รัฐมนตรีต่างประเทศของลัตเวีย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะดำรงตำแหน่งเลขาธิการนาโตคนต่อไป เขาจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ อาทิ ทำให้สมาชิกนาโตยังคงให้การสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซียต่อไป พร้อมกับหลีกเลี่ยงไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายจนเป็นการลากนาโตเข้ามาสู่สนามรบกับรัสเซียโดยตรง อีกทั้งยังอาจต้องรับมือกับผลการเลือกตั้งสหรัฐหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาติตะวันตกที่ตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นของทรัมป์ในการปกป้องพันธมิตรนาโตหากเกิดสงคราม

