เมื่อวันที่ 28 มกราคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) และ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(ไอโอเอ็ม) หน่วยงานในสังกัดองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ร่วมกันระบุเรียกร้องให้รัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดรับให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่หนีภัยสงครามและเผชิญการถูกกดขี่ข่มเหงในพื้นที่ขัดแย้งต่างๆมาต่อไป โดยชี้ว่าโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ของสหรัฐนั้นเป็นหนึ่งในโครงการที่มีความสำคัญที่สุดในโลก
“เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ลี้ภัยควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในการได้รับการคุ้มครองและความช่วยเหลือ ตลอดจนโอกาสสำหรับการตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยไม่คำนึงถึงว่าจะนับถือศาสนาใด เป็นคนสัญชาติหรือเชื้อชาติใด ทางหน่วยงานหวังว่าสหรัฐจะยังคงบทบาทภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งและยึดมั่นในการปกป้องผู้ที่หนีภัยความขัดแย้งและการข่มเหงรังแกที่ยึดปฏิบัติมายาวนานต่อไป” แถลงการณ์ร่วมของยูเอ็นเอชซีอาร์และไอโอเอ็มระบุ และว่า ไอโอเอ็มและยูเอ็นเอชซีอาร์ยังคงยึดมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการทำให้มีการตั้งถิ่นฐานใหม่อย่างมั่นคงปลอดภัย
เสียงเรียกร้องข้างต้นมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งผู้บริหารชุดใหม่ที่กำหนดมาตรการที่เป็นการต่อต้านผู้อพยพ เช่น การระงับโครงการเปิดรับผู้อพยพของสหรัฐเป็นเวลา 120 วัน การห้ามรับผู้อพยพชาวซีเรียเข้ามาในสหรัฐเป็นการชั่วคราว และการระงับการออกวีซ่าให้กับ 7 ประเทศที่สหรัฐระบุว่าน่าห่วงกังวล ได้แก่ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ซูดาน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน

