โดนอีกเจ้า! คันทรี การ์เดน ยักษ์ใหญ่อสังหาฯจีน เจอเจ้าหนี้ ร้องศาลฮ่องกง สั่งเลิกกิจการ ปมไม่ชำระหนี้
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า คันทรี การ์เดน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อีกรายของจีน ถูกบริษัท เอเวอร์ เครดิต ผู้เป็นเจ้าหนี้ ยื่นคำร้องต่อศาลสูงฮ่องกงให้มีคำสั่งให้คันทรี การ์เดน เลิกกิจการ หลังจากไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ จำนวน 1,600 ล้านเหรียญฮ่องกง (ราวกว่า 7,334 ล้านบาท) คืนให้กับทางเอเวอร์ เครดิตได้
อย่างไรก็ดี คันทรี การ์เดน ซึ่งได้ผิดนัดชำระหนี้ในต่างประเทศไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่า บริษัทจะคัดค้านคำร้องนี้อย่างเด็ดขาด
โดยศาลฮ่องกงได้กำหนดวันพิจารณาคำร้องดังกล่าวครั้งแรกในวันที่ 17 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ จากการเปิดเผยของคันทรี การ์เดน ที่ระบุในหนังสือที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
ทั้งนี้ คำร้องให้เลิกกิจการ หมายถึงเป็นการบังคับให้บริษัท คันทรี การ์เดน ปิดกิจการและขายทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ เอเวอร์แกรนด์ บริษัทคู่แข่งยักษ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งกลายเป็นบริษัทที่มีภาระหนี้สินมากที่สุดในโลก มากถึงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ได้ถูกศาลฮ่องกงสั่งให้เลิกกิจการมาแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
สำหรับบริษัท เอเวอร์ เครดิต เป็นบริษัทหนึ่งของกลุ่มธุรกิจ คิงบอร์ด โฮลดิงส์ ผู้ผลิตลามิเนตและผู้ลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ราคาหุ้นของคันทรี การ์เดน ร่วงลงไปมากกว่า 10% ในการซื้อขายในช่วงเช้าของตลาดหุ้นฮ่องกงในวันเดียวกันนี้ หลังมีการประกาศข่าวดังกล่าว
ขณะที่ คันทรี การ์เดน ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ในทันทีต่อบีบีซี ที่สอบถามถึงรายงานข่าวเรื่องนี้ไป
นายเจสัน เซียะ จากบริษัทการเงิน iFast Financial กล่าวกับบีบีซีว่า การยื่นคำร้องให้เลิกกิจการต่อคันทรี การ์เดน ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ และเขาไม่คิดว่าบริษัท คันทรี การ์เดน จะเผชิญการถูกบังคับให้เลิกกิจการเพื่อบังคับให้ขายทรัพย์สินมาชำระหนี้เหมือนอย่างเอเวอร์แกรนด์
“เราเชื่อว่าบริษัทจะเปิดแผนการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันคำร้องขอให้เลิกกิจการและชำระหนี้ที่ผิดนัดชำระ” นายเซียะกล่าว
ทั้งนี้ ปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน กำลังก่อผลกระทบสำคัญ เนื่องจากภาคส่วนนี้มีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจจีน และภาคธุรกิจนี้ได้เผชิญกับแรงกดดันทางการเงินครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปี 2021 เมื่อทางการจีนออกมาตรการเพื่อควบคุมการกู้ยืมของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ จนส่งผลให้หลายบริษัทผิดนัดชำระหนี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้

