ฮามาสรับ ไม่ทราบจำนวนตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ ยูเอ็นชี้ ฮามาสข่มขืนเหยื่อระหว่างบุกถล่มอิสราเอล 7 ต.ค.
สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า นายบาสเซม นาอิม หัวหน้าระดับอาวุโสของกลุ่มฮามาสได้กล่าวเมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า กลุ่มฮามาสไม่ทราบว่าขณะนี้มีตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซาที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดกี่คน ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บอกว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ากลุ่มฮามาสได้ก่อความรุนแรงทางเพศ อาทิ ข่มขืน ในระหว่างบุกเข้าโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว
นายนาอิมระบุว่า เราไม่ทราบว่ามีตัวประกันคนใดบ้างที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือเสียชีวิตจากการโจมตีและความหิวโหย โดยตัวประกันที่ถูกฮามาสควบคุมตัวหลังการบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กำลังถูกควบคุมตัวโดยหลายกลุ่มในหลายพื้นที่ทั่วดินแดนปาเลสไตน์
นาอิมบอกอีกว่า จำเป็นต้องมีการหยุดยิงเพื่อฮามาสจะสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ จำนวน และสถานะของตัวประกันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลเชื่อว่าตัวประกันที่ยังถูกฮามาสควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 130 คน และคาดว่า 31 คนได้เสียชีวิตแล้ว
เรื่องตัวประกันยังถือเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างกาตาร์และอียิปต์ได้มีการพูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มฮามาสและสหรัฐอเมริกา ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เป็นวันที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม แต่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธที่จะส่งผู้แทนไปเข้าร่วมการพูดคุยดังกล่าวด้วย โดยให้เหตุผลว่าฮามาสไม่ได้ให้รายชื่อตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งนายนาอิมกล่าวว่า เอกสารหรือข้อเสนอใดๆ ในขั้นตอนการเจรจาไม่ได้มีการพูดถึงสถานะตัวประกันแต่อย่างใด
ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำโดยพรามิลา แพตเตน ทูตพิเศษของยูเอ็นด้านความรุนแรงทางเพศในความขัดแย้ง ได้เดินทางเยือนอิสราเอลระหว่างวันที่ 29 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการก่อความรุนแรงทางเพศที่เชื่อมโยงกับเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ตุลาคม ทีมเจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต ผู้เห็นเหตุการณ์ ตัวประกันบางส่วนที่ถูกปล่อยตัวออกมา และภาพวิดีโอการบุกโจมตีของฮามาสนาน 50 ชั่วโมงพร้อมภาพถ่าย 5 พันรูป ซึ่งรายงานความยาว 24 หน้าระบุว่า พบข้อมูลที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือว่าตัวประกันบางส่วนที่ถูกจับกุมตัวไปในฉนวนกาซาถูกข่มขืน และเชื่อว่าความรุนแรงทางเพศดังกล่าวอาจยังคงดำเนินต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว รายงานยังระบุอีกว่า ทีมเจ้าหน้าที่พบหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการข่มขืนและรุมข่มขืนในหลายพื้นที่อย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ งานเทศกาลดนตรีและพื้นที่โดยรอบ ถนนสาย 232 และคิบบุตซ์ เรอิม ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสบุกโจมตี ซึ่งเหยื่อหลายคนถูกข่มขืนแล้วฆ่า
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 มีนาคมเพียงไม่นานก่อนที่จะมีการเผยแพร่รายงานดังกล่าว รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลเปิดเผยว่า จะเรียกตัวนายกิลาน เออร์ดาน เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำยูเอ็น กลับประเทศเพื่อมีการหารือในทันที เนื่องจากอ้างว่ายูเอ็นพยายามที่จะปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการก่อความรุนแรงทางเพศของกลุ่มฮามาส โดยนายเออร์ดานกล่าวว่า ยูเอ็นใช้เวลานาน 5 เดือนกว่าจะยอมรับว่ามีการก่ออาชญากรรมทางเพศที่น่าตกใจระหว่างการบุกโจมตีของฮามาส

