ยูเอ็นเผย ตัวเลขการตายของเด็กเล็กทั่วโลก ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม คาดการณ์ว่ามีเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบเสียชีวิตทั่วโลกในปี 2022 จำนวน 4.9 ล้านคน ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นครั้งแรกที่มีเด็กเสียชีวิตทั่วโลกน้อยกว่า 5 ล้านคน
รายงานดังกล่าวซึ่งจัดทำโดย กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และธนาคารโลก ระบุว่า ตัวเลขของเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ 4.9 ล้านคนที่เสียชีวิตในปี 2022 ถือว่าลดลง 51% จากปี 2000 และลดลง 62% จากปี 1990 และพบเห็นการเสียชีวิตของเด็กที่ลดลงอย่างชัดเจนในประเทศที่กำลังพัฒนา อาทิ มาลาวี กัมพูชา รวันดา และมองโกเลีย ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบลดลงจากปี 2000 กว่า 75%
แคทเธอรีน รัสเซลล์ กรรมการผู้จัดการของยูนิเซฟกล่าวว่า ตัวเลขเหล่านั้นชี้ให้เห็นถึงการผดุงครรภ์ เจ้าหน้าที่การแพทย์ที่มีทักษะช่วยเหลือคุณแม่ให้ทำคลอดอย่างปลอดภัย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้เด็ก และการลงพื้นที่เยี่ยมและให้ความช่วยเหลือครอบครัว
อย่างไรก็ตาม 57% ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่เสียชีวิตในปี 2022 กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา เด็กที่เกิดในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่สูง อาทิ ประเทศชาด ไนจีเรีย และโซมาเลีย มีโอกาสที่พวกเขาจะเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ มากกว่าเด็กที่เกิดในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ต่ำอย่าง ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ถึง 80 เท่า
รายงานดังกล่าวยังเตือนอีกว่า ความคืบหน้าในการลดการเสียชีวิตของเด็กอาจชะลอลงหรือสวนทางจากเดิมหากไม่มีความพยายามที่จะป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่มีต่อเด็กแรกเกิดและสุขภาพของเด็ก ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่น่ากังวลแล้ว หลังการลดลงของจำนวนเด็กที่เสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบได้เริ่มชะลอลงทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา และระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ของเด็กอายุ 1 เดือนไปจนถึง 5 ปีคือการติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคมาลาเรีย และโรคท้องร่วง ซึ่งโรคทั้งหมดนี้สามารถป้องกันได้
59 ประเทศทั่วโลกจะต้องลงทุนในเรื่องสุขภาพของเด็กอย่างเร่งด่วน หากต้องการบรรลุเป้าหมายของยูเอ็นที่อยากให้อัตราการเสียชีวิตของเด็กต่ำกว่า 5 ขวบลดเหลือเพียง 25 คนจากการเกิดของเด็กทั้งหมด 1,000 คน ภายในปี 2030

