ไต้หวันจับสองพี่น้องครอบครัวอุปถัมภ์ ต้องสงสัยทารุณเด็กชาย 1 ขวบจนเสียชีวิต
สื่อไต้หวันรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม มูลนิธิสันนิบาตสวัสดิภาพเด็ก (CWLF) ของไต้หวัน กำลังถูกทางการไต้หวันตรวจสอบอย่างละเอียด หลังเกิดเหตุเด็กชายวัย 1 ขวบ เสียชีวิตขณะอยู่ในการดูแลของครอบครัวอุปถัมภ์ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ CWLF และกำลังต้องสงสัยว่า เด็กชายอาจจะถูกคนในครอบครัวอุปถัมภ์ทำร้ายร่างกายก่อนเสียชีวิต
โดยผู้ดูแลอุปถัมภ์เด็กชายที่เสียชีวิตระบุว่า แซ่หลิว ถูกตำรวจคุมตัวข้อหาทารุณเด็ก หลังจากมีรายงานว่าเด็กชายเสียชีวิต เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม และน้องสาวของหลิว ก็ถูกควบคุมตัวในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในข้อหาเดียวกัน
ขณะที่มีรายงานว่า นางเฉิน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ วัย 29 ปี ก็ถูกเรียกตัวสอบ ข้อหาต้องสงสัยว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและละเลยหน้าที่จนทำให้เด็กชายเสียชีวิต ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาด้วยเงิน 300,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เด็กชายถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในความดูแลของ CWLF ในกรุงไทเป เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา หลังจากแม่ของเด็กถูกตัดสินจำคุก ซึ่งทาง CWLF ได้ให้เด็กไปอยู่กับผู้ดูแลอุปถัมภ์ และจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลความเป็นอยู่ของเด็กทุกๆ เดือน เพื่อประเมินสภาพของเด็ก รายละเอียดต่างๆ ต้องถ่ายภาพเด็ก และดูเรื่องสภาพจิตใจและร่างกาย
โดยเริ่มส่งไปตั้งแต่เดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน แต่ในเดือนธันวาคม เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากผู้ดูแลอุปถัมภ์เด็กแจ้งว่า มีเด็กอีกคนที่ดูแลอยู่ ป่วย หลังจากนั้นในช่วงสิ้นเดือนธันวาคม จึงได้รับรายงานว่า เด็กชายเสียชีวิต
ด้านผู้บริหารระดับอาวุโสของ CWLF ได้เปิดการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ขอโทษต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กชาย และขอยืนยันว่า ทาง CWLF ไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่มีการปลอมแปลงเอกสารแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่า หลิวมีประวัติที่ดี และที่ผ่านมา มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตลอด ยกเว้นเดือนธันวาคมที่มีการแจ้งว่าเด็กที่อยู่ในความดูแลป่วย
ข่าวระบุว่า เรื่องการทรมานเด็กชาย ถูกเปิดโปงโดยชาวต่างชาติคนหนึ่งที่เข้าไปดูแลแม่บุญธรรมของหลิว ที่ได้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เกิดการกระทำทารุณกรรมเด็กชายขึ้น หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของเด็กชาย และยอมรับว่าเป็นพยานได้ว่า เห็นการทารุณเด็กเป็นเวลานานขณะที่อยู่ในความดูแลของหลิว แม้ว่าเธอจะพยายามเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการกระทำทารุณเด็กดังกล่าวได้ จึงได้มีการอัดคลิปไว้ในมือถือ และได้มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา

