Uber ยอมควักจ่าย 6.3 พันล้านบ. จบคดีกลุ่มคนขับแท็กซี่-รถเช่าแดนจิงโจ้ ยื่นฟ้องแพ่ง ปมทำสูญรายได้
บริษัท อูเบอร์ (Uber ) ผู้ให้บริการเครือข่ายแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชัน ยอมตกลงที่จะจ่ายเงินชดเชยจำนวน 178 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวกว่า 6,300 ล้านบาท) ให้กับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่และเจ้าของรถเช่าในประเทศออสเตรเลียรวมกันมากกว่า 8,000 ราย ที่ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่ออูเบอร์ โดยกล่าวหาว่าผู้ให้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชันยักษ์ใหญ่รายนี้ ได้ทำให้พวกเขาที่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องสูญเสียรายได้ไปอย่างมากนับจากอูเบอร์บุกเข้ามาทำตลาดในออสเตรเลีย
นายมอริซ แบล็กเบิร์น ทนายความของอูเบอร์ ผู้เปิดเผยข้อตกลงยอมความดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นก่อนหน้าที่มีการคาดหมายว่าคดีนี้จะได้รับการพิจารณาในศาลสูงสุดของรัฐวิกตอเรียในวันจันทร์(18 มี.ค.)นี้ กล่าวว่า คดีนี้จะยุติลง เนื่องจากอูเบอร์ตกลงที่จะจ่ายเงินเพื่อยุติคดี ซึ่งจะนับเป็นการจ่ายเงินเพื่อยุติคดีความทางแพ่งครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ในคำฟ้องแบบกลุ่มต่ออูเบอร์ของกลุ่มคนขับรถแท็กซี่และเจ้าของรถให้เช่าที่รวมตัวกันมากกว่า 8,000 ราย ยื่นฟ้องต่อศาลสูงสุดของรัฐวิกตอเรียในปี 2019 กล่าวหาอูเบอร์ว่ากระทำผิดกฎหมายออสเตรเลีย ที่กำหนดให้รถแท็กซี่และรถให้เช่าต้องมีใบอนุญาตประกอบการ แต่การเข้ามาในตลาดออสเตรเลียของอูเบอร์ในปี 2012 ผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่รายนี้ได้แย่งรายได้ไปจากคนขับรถแท็กซี่ที่มีใบอนุญาต ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายคุณค่าของใบอนุญาตประกอบการที่ถูกต้องที่พวกเขาต้องจ่ายเพื่อให้ได้มา ขณะที่อูเบอร์ยืนยันว่าทางบริษัทไม่เคยละเมิดกฎหมายโดยเจตนา
ด้านโฆษกของอูเบอร์ระบุในอีเมลว่า บริษัทได้มีส่วนร่วมในโครงการจ่ายชดเชยแก่แท็กซี่ในระดับรัฐมาตั้งแต่ปี 2018 และข้อตกลงในวันนี้ เราได้วางปัญหาทางข้อกฎหมายเหล่านี้ไว้ในอดีตของเรา อย่างไรก็ดี อูเบอร์ไม่ได้เปิดเผยถึงข้อตกลงยอมความที่มีการเสนอไปแต่อย่างใด

