หน้าแรก ต่างประเทศ โสมใต้ ไม่ปฏิ...

โสมใต้ ไม่ปฏิเสธ ‘จูแอ’ ลูกสาวคนโปรด ‘คิม จองอึน’ มีสิทธิผงาดผู้นำโสมแดง รุ่น 4

18.03.24 | 16:00 น.
ภาพเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) ขณะนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมคิม จูแอ บุตรสาว ร่วมชมการฝึกซ้อมทางทหารของกองทัพเกาหลีเหนือ ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย (เอเอฟพี)

โสมใต้ ไม่ปฏิเสธ ‘จูแอ’ ลูกสาวคนโปรด ‘คิม จองอึน’ มีสิทธิผงาดผู้นำโสมแดง รุ่น 4

เกาหลีใต้ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ คิม จูแอ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ อาจจะกลายเป็นผู้นำปกครองประเทศเกาหลีเหนือรุ่นต่อไป หลังจากเมื่อวันเสาร์ (16 มี.ค.) ที่ผ่านมา สื่อทางการเปียงยางเรียกขาน คิม จูแอ ลูกคนที่ 2 ของผู้นำคิมว่า “ฮยางโด” ในภาษาเกาหลี หรือมีความหมายว่า “ผู้นำทางที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นคำสงวนไว้เฉพาะเรียกขานผู้นำสูงสุดและผู้สืบทอดอำนาจของเกาหลีเหนือเท่านั้น

นายคู บยองซัม โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ กล่าวถึงประเด็นนี้ในการแถลงข่าวที่กรุงโซล เมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า “โดยปกติแล้ว ฮยางโด ใช้ในการอ้างถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดเท่านั้น ซึ่งเราไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการสืบทอดอำนาจของจูแอ”

เอเอฟพี

นายคูกล่าวต่อไปว่า เกาหลีใต้กำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวและยังคงเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้ต่างๆ อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้กล่าวเตือนด้วยว่า หากจูแอก้าวขึ้นมาแทนที่พ่อของเธอในฐานะผู้นำรุ่นที่ 4 ชาวเกาหลีเหนือก็จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบอย่างหนักของผลที่จะเกิดขึ้นตามมา

ทั้งนี้ สื่อทางการเกาหลีเหนือได้เผยแพร่ภาพของจูแอใช้กล้องส่องทางไกลขณะชมการฝึกซ้อมของกองทหารพลร่มร่วมกับบิดาและเหล่านายทหารระดับสูงของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่สื่อเปียงยางเรียกขานเธอว่าฮยางโด

Advertisement
เอเอฟพี

การแสดงความเห็นครั้งล่าสุดนี้ของเกาหลีใต้ดูจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับการคาดเดาของหลายฝ่ายก่อนหน้านี้ที่มีมากขึ้นว่าลูกสาวของคิม จองอึน ที่ฝ่ายเปียงยางไม่เคยระบุชื่อชัดเจน แต่หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ระบุว่าคือ “จูแอ” นั้นจะก้าวขึ้นมาสืบทอดอำนาจปกครองประเทศรุ่นที่ 4 ของเกาหลีเหนือ

หลังจากจูแอ ซึ่งถูกเปิดตัวต่อประชาคมโลกผ่านสื่อเปียงยางเป็นครั้งแรกในปี 2022 ขณะมาพร้อมกับผู้นำคิมในการชมการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีปของเกาหลีเหนือนั้น มักปรากฏตัวอยู่เคียงข้างผู้นำคิมในการออกงานสำคัญๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้สัญญาณความเป็นไปได้ถึงแผนการสืบอำนาจปกครองในเกาหลีเหนือที่ชัดเจนยิ่งขึ้น