แคนาดา จ่อลดจำนวนผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราว หวังแก้ปัญหาขาดแคลนบ้าน-การให้บริการ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการแคนาดามีแผนที่จะลดจำนวนผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวและเตรียมที่จะจำกัดจำนวนผู้อพยพชั่วคราวเป็นครั้งแรก ตามรายงานของนายมาร์ก มิลเลอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองแคนาดา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลแคนาดาที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนบ้านและกระทบต่อการให้บริการที่สำคัญ
รัฐบาลแคนาดาต้องการที่จะลดจำนวนผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวให้เหลือ 5% จากจำนวนประชากรแคนาดาทั้งหมดภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า ลงจากในปี 2023 ผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวในแคนาดาอยู่ที่ 6.5% โดยจะเป็นการลดจำนวนผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวในแคนาดาที่มีอยู่ 2.5 ล้านคนลงราว 20%
นายมิลเลอร์จะประชุมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในระดับภูมิภาคในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อร่างแผนให้เสร็จสิ้น “เราจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าจำนวนผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวที่เข้ามาในประเทศนี้จะอยู่ในระดับคงที่” มิลเลอร์กล่าว พร้อมบอกอีกว่า ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้เป็นต้นไป จะเป็นครั้งแรกที่เราจะขยายแผนเกี่ยวกับระดับของผู้อพยพเข้าเมืองให้ครอบคลุมไปยังผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวที่เข้ามาในแคนาดา และผู้มีถิ่นพำนักถาวรที่เข้ามา
แคนาดาเจอกับจำนวนนักศึกษาจากต่างประเทศ แรงงานต่างชาติ และผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวอื่นๆ ที่เข้าประเทศแคนาดามากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลแคนาดาของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด มีการพึ่งพาการอพยพเข้าเมืองในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุดช่องว่างของปัญหาแรงงาน
แต่รัฐบาลต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองจากนโยบายเรื่องผู้อพยพเข้าเมือง ซึ่งนักวิจารณ์อ้างว่าส่งผลกระทบต่อเรื่องที่อยู่อาศัย รวมถึงบริการอื่นๆ อาทิ การศึกษาและการดูแลสุขภาพ ที่ไม่สามารถรับมือกับประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลแคนาดาได้ออกมาประกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าจะหยุดเพิ่มจำนวนการรับผู้อพยพถาวรตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป และได้ประกาศว่าจะจำกัดการรับนักศึกษาต่างชาติเป็นเวลา 2 ปี

