
รัสเซียรัวขีปนาวุธ-โดรนนับร้อย ถล่มยูเครนต่อเนื่อง โรงไฟฟ้า-เขื่อนยักษ์อ่วม
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของนายอิกอร์ เทเรคอฟ นายกเทศมนตรีเมืองคาร์คีฟของยูเครน ว่าได้ยินเสียงระเบิดตูมใหญ่ดังขึ้น 15 ครั้งในเมืองคาร์คีฟ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ (22 มี.ค.) ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียที่พุ่งเป้าหมายมายังระบบโครงสร้างพลังงานของเมืองคาร์คีฟ จนเป็นผลให้เกิดไฟฟ้าดับขึ้นในบางพื้นที่
นายเทเรคอฟไม่ได้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวหรือไม่ แต่กล่าวเพียงว่าปั๊มน้ำบางแห่งของเมืองยังหยุดทำงานเนื่องจากการโจมตี
ส่วนที่เมืองครีวิริก ทางตอนกลางของประเทศยูเครน นายโอเล็กซานเดอร์ วีลคุล นายกเทศมนตรีเมือง กล่าวว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในเมือง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ และที่เมืองวินนิทเซีย ตั้งอยู่ทางตอนกลาง ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้รับความเสียหายจากการโจมตีเช่นกัน
ขณะที่ทางการท้องถิ่นของเมืองซาปอริซเซีย ทางตอนใต้ของยูเครน รายงานว่ามีการโจมตีด้วยขีปนาวุธ 8 ครั้ง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
ด้านบริษัทไฟฟ้าพลังน้ำของทางการยูเครนเปิดเผยในวันเดียวกันว่า รัสเซียได้โจมตีเขื่อนดนีโปรเฮส ในเมืองซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของยูเครน เป็นผลให้เกิดไฟลุกไหม้สถานีของเขื่อน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินและคนงานกำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการโจมตีทางอากาศหลายครั้งดังกล่าว อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความเสี่ยงที่เขื่อนอาจแตกได้จากการโจมตีดังกล่าว
นายเฮอร์มัน ฮาลูชเชนโก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของยูเครน กล่าวว่า นี่ถือเป็นการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดของยูเครนอีกครั้ง
ต่อมาสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อัพเดตสถานการณ์โจมตีว่า ในชั่วข้ามคืนที่ผ่านมารัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธหลายรูปแบบมากกว่า 90 ลูก และโดรนชาเฮดมากกว่า 60 ลำ ในการโจมตียูเครนซึ่งนับเป็นการรุกโจมตียูเครนครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้
“โลกมองเห็นเป้าหมายที่ผู้ก่อการร้ายรัสเซียโจมตีอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น โรงไฟฟ้า สายส่งพลังงาน เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ อาคารที่อยู่อาศัย และแม้แต่รถโดยสารไฟฟ้า” ผู้นำยูเครนกล่าว
