เชฟดังผู้ก่อตั้ง WCK ซัดยิว พุ่งเป้าเล่นงานจนท.บรรเทาทุกข์เป็นระบบ ชี้ไล่ยิงเรียงคัน
เชฟดังโฮเซ อันเดรส ผู้ก่อตั้ง World Central Kitchen (WCK) องค์กรการกุศลระดับนานาชาติ ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่า การโจมตีของอิสราเอลต่อผู้ที่เข้าไปทำงานด้านการบรรเทาทุกข์และส่งมอบอาหารให้กับชาวปาเลสไตน์ของ WCK ไม่ได้เป็นแค่ความโชคร้ายของการทิ้งระเบิดผิดที่ แต่อิสราเอลพุ่งเป้าไปที่บุคคลเหล่านั้นโดยจัดการลงมือกับรถยนต์ทีละคันอย่างเป็นระบบ
อันเดรสเล่าถึงสถานการณ์ในวันเกิดเหตุว่า หลังจากไอดีเอฟโจมตีรถหุ้มเกราะคันแรก ทีมงานของเขาสามารถหลบหนีและย้ายไปยังรถคันที่ 2 จากนั้นรถคันดังกล่าวก็ถูกโจมตี ทำให้พวกเขาต้องย้ายไปยังรถคันที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์พยายามสื่อสารกับไอดีเอฟเพื่อให้ทราบชัดเจนว่าพวกเขาเป็นใคร เพราะไอดีเอฟรู้ว่าพวกเขาอยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของไอดีเอฟเอง จากนั้นรถคันที่ 3 ก็ถูกโจมตี ผลของมันก็เป็นอย่างที่เราเห็น
อันเดรสกล่าวว่า ระยะทางดังกล่าวอยู่ที่ 1.5-1.8 กิโลเมตร โดยมีสัญลักษณ์ที่ชัดเจนมากว่ามันเป็นขบวนรถเพื่อมนุษยธรรม มีป้ายติดอยู่ด้านบนหลังคาของรถเป็นโลโก้ที่มีสีสันสดใสซึ่งพวกเราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราเป็นใครและเรากำลังทำอะไร
อันเดรสยืนยันว่า กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ทราบที่อยู่ของขบวนรถเหล่านี้ โดยเขาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐและประเทศของเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ทุกคนที่เสียชีวิตเรียกร้องให้มีการสอบสวนในเหตุการณ์ดังกล่าว
“พวกเขากำหนดเราเป็นเป้าหมายในพื้นที่ที่เป็นเขตปลอดความขัดแย้ง และเป็นพื้นที่ที่ถูกควบคุมโดยไอดีเอฟ พวกเขารู้ว่าทีมของเรากำลังเคลื่อนที่ไปบนถนนสายนั้นโดยรถ 3 คัน” อันเดรสกล่าว
เชฟชื่อดังกล่าวด้วยว่า อาจมีการโจมตีขบวนรถช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 3 ครั้ง พร้อมกับปฏิเสธข้ออ้างของอิสราเอลและสหรัฐที่ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้ประสานงานกับไอดีเอฟ แต่ก็ไม่มีประเทศประชาธิปไตยและทหารของประเทศไหนที่สามารถกำหนดเอาพลเรือนและนักมนุษยธรรมเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้
อันเดรสกล่าวว่า ในระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน เขาได้เน้นย้ำว่าสหรัฐจะต้องดำเนินการมากกว่านี้เพื่อหยุดยั้งสงคราม และต้องบอกนายกรัฐมนตรีอิสราเอลว่าสงครามจำเป็นต้องยุติลงตอนนี้ พร้อมกับตั้งข้อสงสัยด้วยว่าเนทันยาฮูจะทำสงครามเพื่อช่วยชีวิตตัวประกันชาวอิสราเอลได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาอาจตายอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากอาวุธแบบเดียวกันกับที่อิสราเอลใช้กับชาวปาเลสไตน์
อันเดรสยังประณามสงครามที่เกิดขึ้นโดยรวม และระบุว่ามันดูเหมือนเป็นการทำสงครามกับมนุษยชาติ และคุณไม่มีทางที่จะชนะสงครามแบบนี้ เพราะที่สุดแล้วมนุษยชาติจะมีมีชัยเสมอ
สภาพขบวนรถที่ถูกโจมตีแสดงให้เห็นว่า ซากรถทั้ง 3 คันตั้งอยู่ห่างจากกันมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าอิสราเอลได้กำหนดเป้าหมายโจมตีอย่างแม่นยำ และพาหนะอย่างน้อย 1 คันมีโลโก้ติดอยู่บนหลังคา เพื่อให้สามารถระบุตัวตนได้ทางอากาศ โดยบนหลังคารถมีรูขนาดใหญ่ที่ถูกอาวุธของอิสราเอลเจาะเข้าไป
เมื่อมีการสอบถามความเห็นกับไอดีเอฟเกี่ยวกับคำพูดของอันเดรส โฆษกไอดีเอฟเพียงแค่ย้ำคำพูดของพลโทเฮอร์ซี ฮาเลวี ผู้บัญชาการทหารอิสราเอลที่บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดพลาดร้ายแรง และย้ำว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของ WCK แต่อย่างใด
ในช่วงเช้าของวันที่ 3 เมษายน พลโทฮาเลวีประกาศผลสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า มันเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลังการระบุตัวตนผิด ในช่วงค่ำคืนระหว่างสงครามภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อน มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ไม่ได้มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยกล่าวเพียงว่าองค์กรอิสระจะทำการสอบสวนอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าผลการสอบสวนเสร็จแล้วเสร็จในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ขณะที่เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์กล่าวว่า ร่างของเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกชาวต่างชาติ 6 รายที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้ ถูกส่งออกจากฉนวนกาซาเข้าไปทางประเทศอียิปต์แล้ว เพื่อส่งกลับไปยังแผ่นดินเกิดของพวกเขาต่อไป
เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกชาวต่างชาติที่เสียชีวิตในเหตุอันน่าสลดใจครั้งนี้เป็นพลเมืองอังกฤษ 3 ราย พลเมืองโปแลนด์ 1 ราย และพลเมืองออสเตรเลียรวมถึงอเมริกันเชื้อสายแคนาดาอย่างละ 1 ราย
พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตขณะทำงานให้กับ WCK เพื่อส่งมอบอาหารให้กับชาวปาเลสไตน์ที่เผชิญกับความอดอยากในฉนวนกาซาจากการปิดล้อมของอิสราเอลที่เข้าสู่เดือนที่ 6 ในขณะนี้ โดยเป็นการส่งมอบความช่วยเหลือจากที่มีการลำเลียงเข้ามาในฉนวนกาซาทางทะเล
อิสราเอลเผชิญกับความโดดเดี่ยวมากขึ้นโดยนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเหตุโจมตีขบวนรถของ WCK ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่อิสราเอลกำลังวางแผนที่จะปฏิบัติการภาคพื้นดินในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ที่มีผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ไปรวมตัวอยู่กันเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้อิสราเอลยังทำการโจมตีทางอากาศต่อแผนกกงสุลของสถานทูตอิหร่านในกรุงดามัสกัสของซีเรีย ซึ่งทำให้นายพลอิหร่านเสียชีวิต และยังปิดสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราของกาตาร์ไม่ให้สามารถรับชมได้ในประเทศอีกด้วย

