ยูนิเซฟเผย ยอดดับ-เจ็บจากกับระเบิดในเมียนมาปี‘66 พุ่ง 270%
กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ระบุเมื่อวันที่ 4 เมษายนว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตหรือพิการจากกับระเบิดและอาวุธยุทโธปกรณ์ในเมียนมา เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2566 ขณะที่ความขัดแย้งภายในประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน
กับระเบิดและวัสดุที่เกิดระเบิดขึ้นในการทำสงคราม ได้ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นถึง 270% ในปี 2566 เป็นผู้เสียชีวิต 188 ราย และได้รับบาดเจ็บ 864 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มีผู้เสียชีวิต 390 ราย โดยเด็กตกเป็นเหยื่อของทุ่นระเบิดในปี 2566 มากกว่า 20%
ยูนิเซฟระบุว่า กับระเบิดและวัตถุระเบิดอื่นๆ ถูกใช้โดยไม่เลือกหน้า จากทุกฝ่ายในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเมียนมา
เดโบรา โคมินิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของยูนิเซฟ กล่าวว่า การใช้กับระเบิดไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่น่าตำหนิ แต่มันยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอีกด้วย
จากข้อมูลของยูนิเซฟ ใจกลางพื้นที่เกษตรกรรมของภูมิภาคซะไกง์ของเมียนมา คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของการเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอันเนื่องมาจากกับระเบิดทั้งหมดในปี 2566
เมียนมาตกอยู่ในความสับสนอลหม่านนับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในปี 2564 ทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย ที่เปลี่ยนแปลงจากการลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านกลายเป็นการจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้
ขณะที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลุ่มต่อต้านที่เป็นพลเรือนติดอาวุธผนึกกำลังเข้ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธ์ุติดอาวุธเพื่อต่อสู้กับกองทัพ ทำให้ผู้นำเผด็จการทหารต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และประสบกับความพ่ายแพ้ในสนามรบนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

