คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN ผ่านมติ เรียกร้องระงับขายอาวุธให้อิสราเอล
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ได้ผ่านร่างมติ เมื่อวันที่ 5 เมษายน เรียกร้องให้มีการระงับการขายอาวุธให้แก่อิสราเอลทั้งหมด พร้อมกับเน้นย้ำคำเตือนถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในการทำสงครามของอิสราเอลต่อกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ที่มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 33,000 คน
ข้อมติดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิก UNHRC 28 ประเทศ จากทั้งหมด 47 ประเทศ และมีเสียงคัดค้าน 6 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, อาร์เจนตินา, บัลแกเรีย, มาลาวี และปารากวัย และงดออกเสียง 13 ประเทศ ถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้แสดงจุดยืนในสงครามดังกล่าวที่นองเลือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งยืดเยื้อมานานเข้าสู่เดือนที่ 6
ข้อมติดังกล่าวเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ยุติการขายและการส่งอาวุธ กระสุนปืน และยุทโธปกรณ์ทางทหารอื่นๆ ให้แก่อิสราเอล เพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
นอกจากนั้นแล้ว ข้อมติดังกล่าวซึ่งเสนอขึ้นโดยประเทศปากีสถาน ในนามของประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ทุกประเทศยกเว้นแอลเบเนีย ได้เน้นย้ำถึงคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าอาจมีความเสี่ยงที่จะมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที และเปิดทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในทันที
ด้านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็นในนครเจนีวา กล่าวโจมตีข้อมติดังกล่าวว่าเป็นรอยด่างของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติ ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำ UNHRC เห็นด้วยว่ามีพลเรือนเสียชีวิตในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมากเกินไป และทุกการเสียชีวิตของพลเรือนคือเรื่องเศร้า และรับรู้ว่าอิสราเอลพยายามไม่มากพอที่จะป้องกันอันตรายต่อพลเรือน แต่สหรัฐไม่สามารถสนับสนุนข้อมตินี้ได้ เพราะข้อมติมีปัญหาหลายประการ รวมถึงการที่ข้อมตินี้ไม่ได้ประณามกลุ่มฮามาสและการโจมตีในทางตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ข้อมติดังกล่าวได้ประณามการยิงจรวดโจมตีใส่บริเวณที่มีพลเรือนอิสราเอลอาศัยอยู่ โดยไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มฮามาสแต่อย่างใด พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมดในทันที แต่ได้ระบุชื่ออิสราเอลในข้อเรียกร้องให้ยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมด และยุติการปิดล้อมฉนวนกาซาและการลงโทษแบบเหมารวมในรูปแบบอื่นๆ ทั้งหมด

